AI Tools จำเป็นต่อการทำงานหรือไม่?

หลายคนอาจรู้สึกว่า AI Toolsกำลังจะมาแย่งงาน แต่ความจริงแล้ว AI จะเป็นตัวช่วยทำงานให้เสร็จได้เร็วขึ้นมากกว่าการมาแทนที่มนุษย์ แม้ AI จะไม่ใช่สิ่งจำเป็นในทุกกระบวนการ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าการนำ AI Tools มาใช้ช่วยเพิ่มคุณภาพงาน ลดเวลา และลดต้นทุนได้อย่างชัดเจน
ตัวอย่างเช่น การใช้ AI in Marketing ช่วยวิเคราะห์คู่แข่งและวางกลยุทธ์ทางการตลาด หรือการใช้ AI ช่วยทำรายงานสรุปเพื่อนำข้อมูลไปใช้ต่อได้ทันที หรือแม้แต่ Search Engine อย่าง Googleเองก็มีการนำ AI Overviewมาใช้ช่วยตอบคำถามให้กับผู้ใช้ เป็นต้น
การใช้ AI Tools จึงเป็นสิ่งที่คนทำงานยุคดิจิทัลควรรู้จักและทดลองใช้อย่างน้อยหนึ่งเครื่องมือ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำงาน สำหรับใครที่ไม่แน่ใจว่าควรเลือกเครื่องมือไหนดี ต่อไปนี้คือ 16 AI Tools ยอดนิยมที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการทำงาน
AI Tools สำหรับงานเขียนและเอกสาร
AI Tools ในกลุ่มนี้เหมาะกับการทำงานด้านเขียนคอนเทนต์และองค์กรที่ต้องจัดการข้อมูลบนเอกสารจำนวนมากเป็นประจำ โดย AI ที่ช่วยทำงานในด้านงานเขียนและเอกสาร มีดังนี้
1. ChatGPT (OpenAI)

ChatGPTเป็นแพลตฟอร์ม AI ด้านภาษาที่ได้รับความนิยมทั่วโลก ใช้งานได้ครอบคลุมตั้งแต่งานเขียนบทความ คิดแคปชั่น ให้คำแนะนำทั่วไป ใช้ AI ช่วยสรุปเนื้อหาจากเอกสารจนถึงงานวิเคราะห์ข้อมูลได้เบื้องต้น
จุดเด่น
- เข้าใจบริบทภาษาได้ลึกและเป็นธรรมชาติ
- รองรับหลายภาษา
- ปรับโทนให้เข้ากับแบรนด์ได้
- เขียนบทความ SEO และ AEO
- คิด Caption หรือ Copywriting
- ช่วยร่างอีเมลธุรกิจ
- คิดไอเดียคอนเทนต์
ChatGPT สามารถใช้งาน GPT-4o ฟรีได้ แต่มีข้อจำกัดในการใช้งาน หากต้องการใช้งานแบบอันลิมิตต้องจ่ายแผน Plus $20 ต่อเดือน ส่วนแบบ Business อยู่ที่ประมาณ $30 และหากอัปเกรดเป็นแบบ Pro ราคาอยู่ที่ประมาณ $220 ต่อเดือน
2. Google Gemini

ขอบคุณรูปภาพจาก : Gemini.Google
Gemini เป็น AI Tools จาก Google ที่นอกจากจะใช้ในการค้นหาข้อมูลและให้คำแนะนำได้แล้ว ยังผสมผสานการทำงานกับ Google Workspace ได้อย่างสมบูรณ์ เหมาะกับองค์กรที่ทำงานผ่านระบบ Google เป็นหลัก
จุดเด่น
- วิเคราะห์ข้อมูลใน Google Sheets ได้รวดเร็ว
- รองรับการใช้งานได้หลายภาษา
- สรุปอีเมลบน Gmail
- ทำงานร่วมกับ Docs แบบเรียลไทม์
- เขียนบทความ แคปชัน สรุปเนื้อหาที่ซับซ้อนได้ดี
- วิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น
- จัดทำรายงานจาก Spreadsheet
- เขียนพร้อมอ้างอิงข้อมูลจาก Google Search ได้แบบเรียลไทม์
สำหรับ AI Tools ตัวนี้สามารถใช้งานฟรีได้ค่อนข้างครอบคลุม แต่หากต้องการใช้งานลึกขึ้น โดยมีฟีเจอร์อย่างการทำ Deep research จะมีค่าใช้จ่ายรายเดือน Advanced ราคา $19.00 (ราคาเบื้องต้นอาจมีการเปลี่ยนแปลง)
3. Microsoft Copilot

ขอบคุณรูปภาพจาก : Microsoft Copilot
AI Tools จากฝั่ง Microsoft ที่สามารถทำงานร่วมกับ Microsoft 365 โดยตรงได้ทำให้การใช้ Copilot สามารถเข้าถึงการทำงานบน Word, Excel และ PowerPoint ได้รวดเร็ว รวมถึงการใช้ AI ทํารายงานภายในองค์กรพร้อมนำข้อมูลไปใช้ต่อได้ทันที
จุดเด่น
- สรุปข้อมูลจากหลายไฟล์พร้อมกัน
- วิเคราะห์สูตรและแนวโน้มใน Excel
- สร้างสไลด์อัตโนมัติ
- งานเขียนและสร้างคอนเทนต์
- วิเคราะห์ข้อมูลเชิงตัวเลข
- ช่วยเตรียม Presentation
- ช่วยสรุปข้อมูลในองค์กร
AI Tools ตัวนี้สามารถใช้งานฟรีได้แบบมีข้อจำกัด ส่วนการใช้งานสำหรับองค์กรราคาอยู่ที่ $30 ต่อผู้ใช้/เดือน และสำหรับบุคคลทั่วไปอยู่ที่ $20 ต่อเดือน
4. Notion AI
สำหรับ Notion AI เป็นเครื่องมือที่ช่วยวางแผนคอนเทนต์ได้แบบ All-in-One เหมาะสำหรับทีมที่ต้องการจัดระบบองค์ความรู้และบริหารโปรเจกต์อย่างเป็นระเบียบ ช่วยสรุปเนื้อหาและเขียนคอนเทนต์ในเชิงไลฟ์สไตล์ได้ดี
จุดเด่น
- สรุปการประชุมอัตโนมัติ
- ช่วยเขียน SOP
- จัดโครงสร้างโปรเจกต์และช่วยคิดคอนเทนต์
- ช่วยจัดการ Workflow ภายในทีม
- ช่วยสรุป เรียบเรียง และขยายความเนื้อหา
- มีเทมเพลตพร้อมคำแนะนำจาก AI ช่วยวางแผนตารางเวลาโพสต์โซเชียล
Notion AI รองรับการใช้งานฟรีได้แบบมีข้อจำกัด และหากต้องการใช้ฟีเจอร์อื่น ๆ พร้อมเสริมประสิทธิภาพการทำงานของ AI ราคาอยู่ที่ $10 สำหรับแผน Plus และ $20 สำหรับ Business Plan
5. Grammarly AI
Grammarly AI พัฒนามาเพื่อการใช้งานด้านภาษาและงานเขียนโดยเฉพาะ สามารถใช้ปรับโทนและสำนวนภาษาให้เหมาะสมกับบริบทธุรกิจ โดยระบบจะตรวจสอบคำหรือรูปประโยคที่ผิดพร้อมคำแนะนำแก้ไขที่เหมาะสมให้ได้ทันที
จุดเด่น
- ช่วยปรับประโยคให้กระชับ
- แนะนำโครงสร้างที่อ่านง่าย
- ตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหาและการสะกดให้ทันที
- ช่วยเขียนอีเมลธุรกิจด้วยภาษาที่เหมาะสม
- ช่วยทำรายงานภาษาอังกฤษ
- ช่วยให้คำแนะนำในการเขียนเอกสารสำคัญ
AI Tools ตัวนี้สามารถใช้งานฟรีได้แต่มีลิมิตและข้อจำกัดด้านจำนวนครั้ง แต่สามารถอัปเกรดเป็นแผน Pro ในราคา $12 เพื่อใช้งานที่ลงรายละเอียดได้ลึกมากขึ้นและไม่จำกัดจำนวนการใช้งาน
AI Tools สำหรับงานด้านการตลาด
งานด้าน Marketing เป็นอีกหนึ่งสายงานที่จำเป็นต้องนำ AI Tools เข้ามาเป็นผู้ช่วยในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการทำ SEO หรือคิดกลยุทธ์ด้านการตลาดออนไลน์ โดย AI in Marketing ที่ตอบโจทย์งานด้านนี้ เช่น
6. Jasper AI
AI Tools สำหรับทีมการตลาดที่ต้องการสร้างคอนเทนต์ให้โดดเด่นสำหรับแบรนด์ โดยการใช้ AI ช่วยสรุปเนื้อหาและสร้างสรรค์บทความ หรือ Copywriting ให้เหมาะกับแบรนด์มากที่สุด
จุดเด่น
- สร้าง Ads Copy ได้รวดเร็ว
- สามารถเรียนรู้ Brand Voice
- รองรับ Funnel Marketing
- มีเทมเพลตให้เลือกใช้งาน
- ช่วยเขียน Content Marketing
- ช่วยเขียน Email Marketing
ในส่วนของราคา Jasper AI มาพร้อม Creator Plan ในราคา $49 ต่อเดือน หรือหากต้องการใช้งานในระดับ Pro ก็สามารถเลือกแผนที่ราคาสูงขึ้นได้ อยู่ที่ $69 ต่อเดือน
7. Surfer SEO
Surfer SEO คือ AI Tools ที่ช่วยวิเคราะห์และเปรียบเทียบเนื้อหา พร้อมให้คำแนะนำที่เหมาะสมทั้ง คีย์เวิร์ด เป้าหมาย จุดแข็ง จุดอ่อน เพื่อให้ทีมสามารถนำไปปรับให้เหมาะสมกับการทำ SEO ให้มากที่สุด
จุดเด่น
- วิเคราะห์ Keyword Research เชิงลึก
- วิเคราะห์และเปรียบเทียบคู่แข่ง
- แนะนำโครงสร้างบทความ
- วางแผนเนื้อหาสำหรับบทความ
- สามารถเชื่อมต่อกับ Google Search Console ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้
การใช้งานจะมีค่าใช้จ่ายสำหรับแผน Basic อยู่ที่ $59 ต่อเดือน และแบบ Pro ราคา $119 ต่อเดือน ส่วนระดับธุรกิจจะอยู่ที่ $239 ที่สามารถใช้ได้ทุกฟีเจอร์
8. HubSpot AI
HubSpot AI เป็นเครื่องมือที่เหมาะสำหรับงานด้านการตลาด ที่ต้องการใช้ AI ช่วยวิเคราะห์ข้อมูล และเป็นเครื่องมือแบบ All in Oneที่สามารถเชื่อมต่อการทำงานระหว่างทีมการตลาดและทีมขายได้ในแพลตฟอร์มเดียว
จุดเด่น
- ช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า
- ประเมินและจัดอันดับ Lead Scoring
- ช่วยทำ Marketing Automation
- วิเคราะห์ Conversion
- ช่วยคิดและวางแผนแคมเปญ
สำหรับ HubSpot AI นั้นสามารถใช้ฟรีได้แบบมีข้อจำกัดเรื่องฟีเจอร์ ส่วนผู้ที่อยากใช้งานฟีเจอร์อื่น ๆ เพิ่มเติมสามารถเลือกแผน Starter ได้ที่ราคา $15 ต่อคน/ต่อเดือน

AI Tools สำหรับงานสรุปเนื้อหาและวิเคราะห์ข้อมูล
สำหรับ AI Tools ที่ช่วยสรุปงานและวิเคราะห์ข้อมูลนั้น เน้นที่ความรวดเร็วและแม่นยำ เพื่อให้ได้ชุดข้อมูลที่มีคุณภาพและนำไปใช้งานต่อได้ทันที โดยเครื่องมือสำหรับงานด้านนี้ ได้แก่
9. Claude

Claude AI Toolsที่ได้รับความนิยมสูงสำหรับนักการตลาดออนไลน์ นัก SEO ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเขียนเชิงตรรกะและการวิเคราะห์ข้อมูล สามารถใช้อ่านและสรุปเอกสารที่มีความยาวได้ มีฟีเจอร์การใช้งานที่เข้าใจง่ายและเป็นผู้ช่วยที่สามารถโต้ตอบได้รวดเร็ว
จุดเด่น
- อ่านและสรุปเอกสาร ไฟล์ PDF ได้แม่นยำ
- รองรับการใช้งานหลายภาษา
- โต้ตอบได้รวดเร็ว เป็นธรรมชาติ
- วิเคราะห์และจัดทำเนื้อหาในเชิงลึกได้ดี
สำหรับการใช้งาน Claude นั้นสามารถใช้งานพื้นฐานได้ฟรี แต่จำกัดในเรื่องจำนวนข้อความ และสามารถอัปเกรดเป็นแบบ Pro ได้ในราคา $20 ต่อเดือน หรือใช้งานแบบ Team ในราคา $30 สำหรับสมาชิก 5 คน
10. Otter AI
AI Tools ที่เหมาะเป็นผู้ช่วยสำหรับการสรุปงานประชุม หรือแปลงเสียงพูดให้เป็นข้อความ พร้อมทั้งสามารถแก้ไขและสรุปได้ทันที นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Real-Time Transcript สำหรับใช้ในงานสัมภาษณ์ที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการเรียบเรียงได้มากขึ้น
จุดเด่น
- สรุปเนื้อหาจากเสียงพูดและมีระบบไฮไลต์คำสำคัญให้อัตโนมัติ
- เหมาะกับงานข่าว วาระการประชุม และงานสัมภาษณ์
- ถอดและแยกเสียงพูดได้แบบเรียลไทม์
สามารถเริ่มต้นใช้งานได้ฟรีแบบมีข้อจำกัดในการถอดเสียงได้ 300 นาที และมีแผนแบบ Pro สำหรับการใช้งานสูงสุดที่ 1,200 นาที พร้อมฟีเจอร์เสริมอื่น ๆ ในราคา $10 ต่อเดือน
11. Fireflies AI
AI ช่วยสรุปเนื้อหาการประชุมแบบอัตโนมัติ ด้วยระบบที่สามารถจดบันทึกจากเสียงเมื่อใช้งานร่วมกับ Google Meet, Zoom หรือ Microsoft Teamsโดยสามารถบันทึกและสรุปได้รวดเร็ว นำข้อมูลที่ได้ไปเรียบเรียงหรือใช้งานต่อได้ทันที
จุดเด่น
- แปลงเสียงเป็นข้อความพร้อมสรุป
- รองรับการใช้งานหลายภาษา
- เชื่อมต่อได้หลายแพลตฟอร์มการประชุม
- เพิ่มความแม่นยำในการสรุปเนื้อหาการประชุม
การใช้งาน Fireflies AI สามารถใช้งานได้ฟรีแต่มีข้อจำกัดเรื่องจำนวนครั้งและระยะเวลา ส่วนการใช้งานแบบ Pro จะอยู่ที่ $10 ต่อเดือน ไม่จำกัดจำนวนครั้งและมีฟีเจอร์เสริมอื่น ๆ
12. Perplexity
AI Tools ที่ได้รับความนิยมสูงอีกหนึ่งตัวที่ใช้ช่วย ค้นหา วิเคราะห์ และสรุปเนื้อหาได้แบบเรียลไทม์ โดยระบบจะมีการอ้างอิงข้อมูลจริงในเนื้อหา ทำให้ได้ชุดข้อมูลที่ค่อนข้างแม่นยำและนำไปใช้ต่อได้ง่าย
จุดเด่น
- สรุปเนื้อหา และตอบคำถามได้ด้วยแหล่งอ้างอิง
- สามารถใช้งานร่วมกับ ChatGPT และ Claudeเพื่อความแม่นยำได้
- ช่วยค้นและเรียบเรียงเนื้อหาที่สมบูรณ์
- สร้างบทความที่อัปเดตและมีแหล่งอ้างอิงที่ชัดเจน
ในส่วนของราคาสามารถใช้งานได้ฟรี แต่ไม่รองรับบางฟีเจอร์ ซึ่งถ้าต้องการอัปเกรดจะต้องเป็นแผน Pro ในราคา $20 ต่อเดือน

AI Tools สำหรับงานภาพ เสียง และวิดีโอ
ปิดท้ายกันด้วย AI Tools สำหรับงานด้านProduction Houseที่เน้นการทำงานภาพและเสียง รวมถึงงานวิดีโอต่าง ๆ โดยสรุป AI ที่น่าสนใจได้ ดังนี้
13. Midjourney
AI Tools ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในเรื่องการสร้างภาพที่มีความสวยงาม สมจริง และมีเอกลักษณ์ เหมาะกับนักออกแบบหรือครีเอเตอร์ที่อยากต้องการภาพที่มีความเฉพาะตัว หรือตรงกับเนื้อหามากที่สุด
จุดเด่น
- สร้างภาพได้หลากหลายรูปแบบ
- สามารถใช้ Prompt ที่ละเอียดเพื่อปรับสไตล์ภาพได้แม่นยำ
- ค้นหาไอเดียและแนวทาง Prompt ได้บน Discord
- ใช้ภาพเชิงพาณิชย์ได้
การใช้งาน Midjourney จะต้องเสียค่าใช้จ่าย $10 ต่อเดือน แบบมีข้อจำกัดด้านจำนวน และแบบ $30–$60 ต่อเดือน สำหรับการใช้งานแบบไร้ข้อจำกัด
14. Runway ML
เครื่องมือ AI ช่วยทำงานสร้างวิดีโอด้วยคำสั่งเพียงไม่กี่ขั้นตอน สามารถใช้งานผ่านเว็บไซต์ได้ทันที และมีฟีเจอร์ที่ช่วยคิดไอเดียในการตัดต่อให้น่าสนใจได้
จุดเด่น
- ลบพื้นหลัง ใส่เอฟเฟกต์ และตัดต่อได้เอง
- ใช้คำสั่งจากข้อความแปลงเป็นวิดีโอได้ทันที
- สามารถใช้ทำคลิปสั้น ๆ สำหรับ TikTok หรือ Reels ได้
การใช้งานฟรียังมีข้อจำกัดในบางฟีเจอร์และมีลายน้ำ หากไม่ต้องการให้งานมีลายน้ำต้องปรับเป็นแผน Standard จะอยู่ที่ $15 ต่อเดือนโดยได้คุณภาพความละเอียดมากขึ้น ส่วนแบบ Pro $30 ต่อเดือน จะสามารถใช้งานได้ทุกฟีเจอร์
15. Canva AI
AI Tools สำหรับคนทำงานกราฟิก หรือคนที่อยากทำภาพประกอบอย่างง่าย ๆ รวดเร็ว เพราะมีฟีเจอร์ช่วยออกแบบที่มาพร้อมเทมเพลตมากมายให้เลือกใช้งาน นอกจากนี้ยังมีระบบ AI ที่สามารถคิดและออกแบบให้ผู้ใช้ได้ภาพที่ตรงกับความต้องการได้ทันที
จุดเด่น
- มีฟีเจอร์ช่วยออกแบบอัตโนมัติ
- สร้างภาพจากข้อความได้
- ใช้งานร่วมกับ AI ตัวอื่น ๆ ได้
- เป็นมิตรกับผู้ใช้ ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานการดีไซน์
- รองรับการออกแบบภาพประกอบ โปสเตอร์ Infographic และอีกมากมาย
Canva AI สามารถใช้งานได้ฟรีบางเครื่องมือและฟีเจอร์ แต่การใช้งานแบบ Pro จะปลดล็อกทุกฟีเจอร์ให้ใช้งานได้ ด้วยราคาประมาณ $7 ต่อเดือน
16. Suno
AI ช่วยทำงานด้านการสร้างเสียงดนตรีที่ใช้งานได้ง่ายด้วยการใส่ Prompt ก็สามารถกำหนดแนวเพลง อารมณ์ เสียงร้องและเครื่องดนตรี ก็สามารถสร้างเสียงเพลงออกมาได้ทันที
จุดเด่น
- สร้างเสียงดนตรีและเสียงร้องได้ด้วย Text Prompt
- ใช้งานง่ายแม้มีความรู้เรื่องดนตรีระดับ Basic
- สามารถใช้เป็นไอเดียในการทำเพลงแบบมืออาชีพได้
- สร้างดนตรีประกอบคลิปสั้น ๆ หรือคอนเทนต์วิดีโอได้
Suno สามารถใช้งานฟรีได้บางส่วนโดยสร้างเพลงได้สูงสุดที่ 10 เพลงต่อวัน ส่วนการใช้แบบเสียเงินจะอยู่ที่ $10 ต่อเดือน โดยสามารถนำเพลงไปใช้เพื่อการค้าได้
สรุป AI Tools เครื่องมือที่ช่วยยกระดับการทำงานให้กับคุณ
สรุปได้ว่าการนำเครื่องมือ AI Tools เข้ามาใช้ช่วยในการทำงานด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น สรุปวาระการประชุม วิเคราะห์ข้อมูล เขียนบทความ ออกแบบภาพประกอบ ไปจนถึงการสร้างวิดีโอ แต่คุณควรเลือกใช้เครื่องมือ AI ให้เหมาะสม ช่วยให้ตอบโจทย์กับประเภทงาน เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาได้มีประสิทธิภาพสูงสุด
สำหรับใครที่ไม่รู้ว่าจะเลือก AI ตัวไหนมาช่วยงาน หรือปวดหัวกับการสร้าง Prompt ที่ Blupaper มีทีมงานมืออาชีพพร้อมให้คำแนะนำ ปรึกษา Blupaper ตอนนี้! เพื่อวางระบบการใช้ AI Tools ให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
- โทร. 094-454-2495
- Line: @blupaper
- Facebook: Blupaper Digital Marketing Agency
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ AI Tools
Q: AI Tools จำเป็นสำหรับทุกองค์กรหรือไม่?
A: องค์กรที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนควรเริ่มใช้ AI อย่างน้อยในบางกระบวนการ
Q: AI ช่วยทำรายงานแทนมนุษย์ได้หรือไม่?
A: AI Tools สามารถร่างและสรุปข้อมูลได้ดี แต่ควรมีมนุษย์ตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำรายงานไปใช้จริง
Q: ธุรกิจขนาดเล็กควรเริ่มจากเครื่องมือใดก่อน?
A: เริ่มจาก AI Tools ที่ช่วยสรุปเนื้อหาและการจัดการงาน เช่น ChatGPT หรือ Notion AI แล้วค่อยเพิ่มตัวอื่น ๆ สำหรับกระบวนการทำงานซ้ำ ๆ
