Brand Strategy คืออะไร?
Brand Strategy คือ การวางกลยุทธ์ระยะยาวสำหรับการสร้างแบรนด์ให้ประสบความสำเร็จ และดำเนินไปตามเป้าหมายที่กำหนดเอาไว้ โดยมีการระบุรายละเอียดตั้งแต่ เราคือใคร เรายืนอยู่จุดไหน จะสื่อสารกับลูกค้ายังไง และจะทำยังไงให้แบรนด์ของเราแตกต่างจากคู่แข่งในตลาด
กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ไม่ใช่แค่การออกแบบโลโก้สวย ๆ หรือการเลือกสีให้สวยงาม แต่ในทุกองค์ประกอบต้องครอบคลุมทั้งอารมณ์ ความรู้ และประสบการณ์ที่ลูกค้าจะได้รับ เมื่อเกิดการนึกถึงหรือได้ยินชื่อแบรนด์ของเรา หากกลยุทธ์ธุรกิจดี แบรนด์จะมีตัวตนที่ชัดเจน และมีจุดยืนท่ามกลางแบรนด์อื่น ๆ อีกมากมาย
อ่านบทความเพิ่มเติม: Full Funnel Marketing คืออะไร? กลยุทธ์การทำการตลาดแบบครบ Loop

Brand Strategy สำคัญอย่างไรกับการสร้างแบรนด์
ในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยการทำธุรกิจ มีแบรนด์ใหม่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา แต่มีเพียงไม่กี่แบรนด์ที่สามารถอยู่รอดได้ในระยะยาว การกำหนด Brand Strategy จึงเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้อย่างเด็ดขาด ด้วยเหตุผลดังนี้
- การสร้างความแตกต่าง: ความแตกต่างและเอกลักษณ์ จะทำให้เราโดดเด่นจากคู่แข่งที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน ช่วยกระตุ้นการตัดสินใจของลูกค้าได้ดีกว่า
- การมีแนวทางตัดสินใจ: กลยุทธ์ธุรกิจที่ถูกกำหนดมาอย่างชัดเจน จะทำให้เรามีแนวทางในการทำงานแต่ละขั้นตอน เมื่อถึงจุดที่ต้องเลือก หรือตัดสินใจเรื่องสำคัญ กลยุทธ์ที่ชัดเจนจะช่วยตัดชอยส์ได้อย่างเหมาะสม
- การสร้างความน่าเชื่อถือ: แบรนด์ที่มีความสม่ำเสมอและทิศทางที่ชัดเจน จะมีความน่าเชื่อถือในสายตาของผู้คนได้มากกว่าแบรนด์ทั่วไป ทำให้ลูกค้าเปิดใจในการซื้อสินค้าและบริการของเรา
- การเพิ่มมูลค่าให้สินค้า: แบรนด์ที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จัก และวางตัวดี มักกำหนดราคาสินค้าได้สูงกว่าปกติ โดยที่คนส่วนมากยอมจ่าย เพื่อแลกกับความสบายใจ และคุณค่าที่ได้รับจากเงินที่จ่ายไป
องค์ประกอบที่จำเป็นในการทำ Brand Strategy มีอะไรบ้าง?
ก่อนจะเริ่มต้นการทำ Brand Strategy อย่างจริงจัง ควรเริ่มจากการทำความรู้จักองค์ประกอบสำคัญ ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสรรค์กลยุทธ์ประเภทนี้ก่อน เพื่อเตรียมตัวให้พร้อม ดังนี้
1. Brand Purpose เป้าหมายการสร้างแบรนด์
ขั้นตอนแรกที่นักธุรกิจต้องทำก่อนเริ่มสร้างแบรนด์ คือ แบรนด์ของเราเกิดมาเพื่ออะไร นอกจากการทำธุรกิจเพื่อแสวงหาผลกำไรแล้ว สิ่งที่เราต้องการให้เป็นมีอะไรบ้าง เช่น การแก้ปัญหาให้ลูกค้า การเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การทำให้สินค้าเข้าถึงง่ายในราคาประหยัด เพราะแบรนด์ที่มี Purpose ชัดเจน จะสามารถดึงดูดกลุ่มคนที่มีความสนใจเหมือนกันมารวมตัวกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ถือหุ้น พนักงาน และลูกค้า
2. Core Message ข้อความหลักในการสื่อสาร
สิ่งที่ต้องการสื่อสารกับลูกค้า ต้องชัดเจน กระชับ โดนใจ ถือเป็นแก่นของแบรนด์ที่ทำให้ลูกค้าจดจำเราได้ ยกตัวอย่างเช่น คิดจะพัก คิดถึงคิทแคท, คุณค่าที่คุณคู่ควร, มีแมว ต้องมีโอ, ชิดแบบชม เป็นต้น
3. Long Term Planning การวางแผนระยะยาว
การคิด Brand Strategy ควรมองไปถึงอนาคตในระยะยาว มีการกำหนดเป้าหมายระยะ 1ปี 3ปี 5ปี 10ปี แผนการตลาดที่ทำต้องมีความยั่งยืน และไม่ทำให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์เปลี่ยน เพราะบ่อยครั้งที่การทำแคมเปญลดราคาบ่อย ๆ ทำให้ลูกค้าไม่ยอมซื้อสินค้าในราคาเต็มอีกต่อไป
4. Actionable การวางแผนที่ทำได้จริง
การสร้างกลยุทธ์ในช่วงเริ่มก่อตั้งแบรนด์ หลายคนมักติดอยู่กับภาพในอุดมคติที่ต้องการให้เป็น จนลืมไปว่าในความเป็นจริง ยังมีปัจจัยหลายอย่างที่อยู่นอกเหนือการควบคุม ดังนั้นจึงต้องมีการทำ Action Plan ที่สามารถทำได้จริง วัดผลได้ ตรวจสอบได้ และสามารถปรับเปลี่ยนได้
5. Employee Responsive การมีบทบาทของพนักงาน
พนักงานทุกคนถือเป็นตัวแทนและหน้าตาของแบรนด์ นอกจากการเทรนด์พนักงานให้พร้อมสำหรับการทำงานแล้ว การทำให้พนักงานเชื่อในทิศทางและความต้องการของแบรนด์ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน เพื่อให้ทุกขั้นตอนการปฏิบัติกับลูกค้าเป็นไปตามที่แบรนด์ต้องการ รวมไปถึงการฟังความคิดเห็นของพนักงาน เพื่อนำมาปรับปรุงกลยุทธ์ในอนาคต
6. Measurable การวัดผลอย่างต่อเนื่อง
ทุกการดำเนินการควรตรวจสอบและวัดผลได้ โดยกำหนด KPI เพื่อเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของการทำงานอย่างเป็นระบบ เช่น เป้าหมายยอดขาย ยอดการรับรู้ จำนวนลูกค้าที่สนใจ ความพึงพอใจของลูกค้า เพื่อนำสิ่งเหล่านี้มาวิเคราะห์การทำงาน และทำการปรับปรุงกลยุทธ์ให้ได้ผลดีมากกว่าเดิม
แนะนำบทความที่น่าสนใจ วัดผลโฆษณาด้วย ROAS หรือ ROI อะไรดีกว่ากัน?

Brand Strategy ต้องทำอะไรบ้าง?
เมื่อทราบถึงองค์ประกอบการสร้างแบรนด์แล้ว ขั้นตอนถัดมา คือ การแบ่ง Action Plan ออกเป็นกลยุทธ์ย่อย เพื่อให้ครอบคลุมทุกองค์ประกอบที่ต้องการ ดังนี้
1. Brand Positioning Strategy
การกำหนดจุดยืนของแบรนด์อย่างแน่วแน่ ด้วยการศึกษาตลาด หาข้อมูลคู่แข่ง ทำความรู้จักกลุ่มลูกค้า เพื่อหาตำแหน่งที่เหมาะสมในการยืนอยู่ในตลาดอย่างโดดเด่น จนทำให้เราถูกเลือกท่ามกลางคู่แข่งมากมาย
2. Brand Communication Strategy
ต่อเนื่องมาจากจุดยืนของแบรนด์ แม้จะมีจุดยืนที่แตกต่างและมั่นคง แต่หากไม่มีการสื่อสารที่ดี ก็ไม่สามารถทำให้ผู้คนรับรู้เกี่ยวกับเราได้ ดังนั้นวิธีการที่ใช้ในการสื่อสารจึงต้องกำหนดมาอย่างพิถีพิถัน ไม่ว่าจะเป็น Tone of Voice หรือช่องทางที่เป็นตัวกลางก็ตาม
3. Customer Relationship Management Strategy
การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า ด้วยการสร้างความประทับใจในทุกขั้นตอนของการสั่งซื้อ (Custumer Journey) ตั้งแต่ก่อนซื้อ ระหว่างเลือกซื้อ ตัดสินใจซื้อ และหลังซื้อ โดยแบรนด์จะต้องมีการเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาใช้วิเคราะห์ และพัฒนากลุยทธ์ให้ดีขึ้น เพื่อสร้างความประทับใจสูงสุด
4. Brand Loyalty Strategy
Loyalty หรือ ความภักดีที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์ เป็นสิ่งที่ทำให้แบรนด์สามารถอยู่รอดได้ แต่การจะสร้างความภักดีไม่ใช่เรื่องง่าย บางครั้งแค่คุณภาพและความประทับใจของสินค้าอาจไม่เพียงพอ แบรนด์ควรมีการสร้างข้อผูกมัดแบบแนบเนียนเข้าไปเพิ่ม เช่น ระบบสมาชิก ระบบสะสมแต้ม สิทธิพิเศษ หรือคอลเลกชันที่ต่อเนื่องกัน เพื่อกระตุ้นให้เกิดการซื้อซ้ำไปเรื่อย ๆ
5. Brand Experience Strategy
การออกแบบประสบการณ์แบรนด์ในทุก ๆ Touchpoint ตั้งแต่รูปแบบของคอนเทนต์สื่อสาร แพ็กเกจจิ้ง การตกแต่งหน้าร้าน หน้าตาเว็บไซต์ ไปจนถึงการพูดคุยของพนักงานขาย ให้ทุกอย่างกลายเป็นเรื่องราวเดียวกัน และส่งมอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมให้ลูกค้า
อ่านบทความเพิ่มเติม เกี่ยวกับ Customer Persona คืออะไร? วางแผนการตลาดแบบเข้าใจลูกค้า ด้วย Persona จำลอง
สร้าง Brand Strategy ที่ดี ด้วยการใส่ใจในทุกองค์ประกอบ
การสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง ไม่ใช่แค่การทำการตลาดที่ดี หรือมี คอนเทนต์ (Content Marketing) ที่น่าสนใจเท่านั้น แต่คือการวาง Brand Strategy ในระยะยาวอย่างลงตัว และสามารถทำตามได้จริง จนทำให้แบรนด์สามารถเติบโตอย่างมั่นคงได้ สำหรับเจ้าของธุรกิจที่ยังลังเลกับทิศทางของกิจการ สามารถติดต่อ Blupaper เพื่อขอคำปรึกษาได้ เพราะเราเป็นเอเจนซีที่มีบริการครอบคลุมทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น SEO, SEM, Social Media Ads และอื่น ๆ อีกมากมาย พร้อมเคียงข้างคุณทุกความสำเร็จ
ติดต่อเรา
- โทร. 094-454-2495
- Line: @blupaper
- Facebook: Blupaper Digital Marketing Agency
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Brand Strategy
Q: Brand Strategy กับ Marketing Plan ต่างกันยังไง?
A: Brand Strategy คือ ภาพใหญ่และแนวทางในระยะยาว ว่าเราคือใครและทำไปทำไม ส่วน Marketing Plan คือ แผนการตลาดระยะสั้นที่บอกว่าเราจะขายของยังไงให้ได้ยอดตามเป้าหมาย
Q: ใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะเห็นผลลัพธ์จากการสร้างแบรนด์?
A: การสร้างแบรนด์ให้ติดตลาดจำเป็นต้องใช้เวลา เพื่อสะสมความเชื่อใจ โดยทั่วไปมักจะใช้เวลา 6 เดือนถึง 1 ปีขึ้นไป ถึงจะเริ่มเห็นภาพจำที่ชัดเจนในมุมของผู้บริโภค
Q: จะรู้ได้ยังไงว่ากลยุทธ์การสร้างแบรนด์ของเราสำเร็จแล้ว?
A: สังเกตได้จากหลาย ๆ อย่าง เช่น ลูกค้าจำชื่อแบรนด์ได้และนึกถึงเราเป็นอันดับแรก ๆ มีการบอกต่อปากต่อปาก ลูกค้าเก่ากลับมาซื้อซ้ำ และแบรนด์สามารถขึ้นราคาได้โดยที่ลูกค้าไม่หายไป
Q: รีแบรนด์ (Rebranding) คือส่วนหนึ่งของ Brand Strategy ด้วยหรือไม่?
A: ใช่ เมื่อธุรกิจโตขึ้น กลุ่มลูกค้าเปลี่ยนไป หรือภาพลักษณ์เดิมเริ่มไม่ตอบโจทย์ การทำ Rebranding ก็คือการปรับปรุง Brand Strategy เพื่อให้แบรนด์กลับมาสดใหม่และไปต่อได้
