E-E-A-T คืออะไร?

E-E-A-T คือ แนวทางหลักที่ Google ใช้ประเมินคุณภาพของคอนเทนต์และความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ ซึ่งมีผลต่อการจัดอันดับการแสดงผลบนหน้าค้นหา โดย E-E-A-T ของ Google มีองค์ประกอบดังนี้

  • E-Experience (ประสบการณ์จริง)
  • E-Expertise (ความเชี่ยวชาญ)
  • A-Authoritativeness (ความมีอิทธิผล)
  • T-Trustworthiness (ความน่าเชื่อถือ) 

E = Experience (ประสบการณ์)

เป็นการเขียนเนื้อหาจากประสบการณ์ตรงของผู้เขียน โดยเฉพาะหากมีการใช้ภาพถ่าย วิดีโอ หรือรายละเอียดเพิ่มเติม ยิ่งทำให้คอนเทนต์มีความโดดเด่นจากเว็บอื่น ๆ และน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น

E = Expertise (ความเชี่ยวชาญ)

การสร้างสรรค์เนื้อหาเฉพาะทางที่ต้องอาศัยองค์ความรู้ระดับมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ การเงิน หรือกฎหมาย หากผู้เขียนมีความเชี่ยวชาญในสาขานั้นอย่างแท้จริง และสามารถระบุข้อมูลประกอบ เช่น ประวัติการศึกษา ประสบการณ์การทำงาน หรือผลงานที่เกี่ยวข้อง จะช่วยเสริมให้บทความมีความน่าเชื่อถือ มีน้ำหนัก และสะท้อนความเป็นผู้เชี่ยวชาญได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

A = Authoritativeness (ความน่าเชื่อถือ)

หมายถึงการนำเสนอเนื้อหาอย่างมืออาชีพจนได้รับการยอมรับจากแวดวงที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นบุคคล เว็บไซต์ หรือองค์กร อีกทั้งยังถูกหยิบยกไปอ้างอิง (Backlink)ซึ่งล้วนมีส่วนสำคัญที่ทำให้ Google มองว่าเว็บไซต์มีความน่าเชื่อถือ ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างแท้จริง

T = Trustworthiness (ความน่าไว้วางใจ)

เว็บไซต์ที่มีความปลอดภัย (HTTPS) พร้อมทั้งแสดงข้อมูลทางธุรกิจอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นที่ตั้งองค์กรหรือช่องทางการติดต่อ ล้วนช่วยยืนยันว่าเว็บไซต์ดังกล่าวมีตัวตนจริงและสามารถเชื่อถือได้ อีกทั้งยังทำให้ Google มองว่าเป็นแหล่งข้อมูลที่ไว้วางใจได้มากยิ่งขึ้น

ทำไม E-E-A-T ถึงสำคัญต่อ SEO

e-e-a-t คือปัจจัยการจัดอันดับเว็บไซต์บน google

E-E-A-T คือหนึ่งในปัจจัยการจัดอันดับ (SEO Ranking Factors) ที่สำคัญต่อ SEO เนื่องจาก Google ใช้เป็นเกณฑ์ป้องกันเว็บไซต์คุณภาพต่ำ ที่อาจให้ข้อมูลผิดพลาดแก่ผู้ใช้งาน โดยเฉพาะในหมวดหมู่ YMYL (Your Money, Your Life) อาทิ การเงิน การแพทย์ สุขภาพ และกฎหมาย ที่ต้องการความถูกต้องจากผู้เชี่ยวชาญและแหล่งอ้างอิงที่เชื่อถือได้ นอกจากนี้ E-E-A-T ยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ธุรกิจ ด้วยการทำให้ผู้ใช้งานเกิดความไว้วางใจและส่งผลต่ออัตราการซื้อที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย

วิธีปรับปรุง E-E-A-T ให้เว็บไซต์แข็งแรง

การปรับปรุงเว็บไซต์ให้เป็นไปตามเกณฑ์ E-E-A-T ของ Google เปรียบเสมือนการเสริมโครงสร้างให้เว็บไซต์มีความแข็งแรงมั่นคง ซึ่งสามารถทำตามได้ดังนี้

เพิ่ม Experience

แนะนำให้สร้างเนื้อหาจากประสบการณ์จริง เช่น คอนเทนต์รีวิวสินค้าอธิบายความคิดเห็นของตัวเองที่มีต่อสินค้านั้น ๆ และใช้ภาพถ่ายหรือวิดีโอที่ถ่ายด้วยตัวเองเป็นหลัก รวมถึงการเล่า Case Studyจากการประสบการณ์ตรงของผู้เขียน แทนการดัดแปลงเนื้อหาเดิมที่มีอยู่ในเว็บไซต์อื่น ๆ 

เสริม Expertise

การเสริม Expertise ทำได้โดยการใส่ชื่อและประวัติผู้เขียนอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้งานเห็นถึงความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา นอกจากนี้ควรอ้างอิงข้อมูลจากสถาบันหรือองค์กรที่น่าเชื่อถือ เช่น มหาวิทยาลัย หน่วยงานวิจัย หรือสมาคมวิชาชีพต่าง ๆ

สร้าง Authoritativeness

การสร้าง Authoritativeness ของเว็บไซต์ทำได้โดยการทำให้เว็บถูกอ้างอิงจากเว็บที่น่าเชื่อถือ เช่น เว็บไซต์สถาบันการศึกษา สื่อชั้นนำ หรือองค์กรที่มีชื่อเสียงในวงการ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่่น่าเชื่อถือและทำให้เนื้อหาของเว็บไซต์มีน้ำหนักมากขึ้น

เพิ่ม Trustworthiness

การเพิ่ม Trustworthiness ทำได้โดยใช้ระบบความปลอดภัย HTTPS เพื่อสร้างความมั่นใจว่าข้อมูลของผู้ใช้งานจะไม่มีการรั่วไหล และเสริมด้วยการแสดงรีวิวจากลูกค้าจริง รวมถึงข้อมูลการติดต่อที่ชัดเจน เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ หรืออีเมล ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานมั่นใจว่าสามารถติดต่อสอบถามหรือขอความช่วยเหลือได้จริงเมื่อเกิดปัญหา 

ตัวอย่างเว็บไซต์ที่ใช้ E-E-A-T ได้ดี

ตัวอย่างเว็บไซต์ที่ดีตาม e-e-a-t factors

ตัวอย่างเว็บไซต์ที่ใช้หลักการ E-E-A-T Factors ได้ดี เช่น เว็บไซต์ทางการแพทย์ที่เขียนโดยคุณหมอ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานรู้สึกมั่นใจและเชื่อถือข้อมูลยิ่งขึ้น รวมถึงเว็บทางการเงินที่มีการอ้างอิงแหล่งข้อมูลจากสถาบันการเงิน และเว็บ E-Commerce ที่แสดงเนื้อหารีวิวจากลูกค้าอย่างชัดเจน ที่สำคัญควรมีระบบรักษาความปลอดภัย และการทำ Technical SEO Audit เพื่อตรวจสอบคุณภาพเว็บไซต์อย่างละเอียดรอบด้าน

เคล็ดลับทำเว็บให้สอดคล้องกับ E-E-A-T คืออะไร

เคล็ดลับในการทำให้เว็บไซต์เป็นไปตาม E-E-A-T Factors เริ่มจากอัปเดตคอนเทนต์ให้ทันสมัยอยู่เสมอ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานในปัจจุบันได้อย่างตรงจุด อีกทั้งควรใช้ Scheme Markup เพื่อให้ Google รู้ว่าใครเป็นผู้เขียนบทความและมีความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้น ๆ หรือไม่ พร้อมจัดทำหน้า About Us และ Contact Us ที่แสดงความเป็นมืออาชีพ รวมถึงมีการกระตุ้นให้ผู้ใช้งานเขียนรีวิวลงบนหน้าเว็บ เพื่อเป็นการสร้างความไว้วางใจให้ผู้ใช้งานใหม่ และเพิ่มโอกาสให้เว็บไซต์ถูกมองเป็นแหล่งข้อมูลคุณภาพอย่างยั่งยืนอีกด้วย

ห้ามพลาด! 9 เคล็ดลับ สร้างเว็บไซต์ให้โดดเด่นในสายตา Google

E-E-A-T ไม่ใช่แค่ทฤษฎี แต่คือกลยุทธ์ SEO ระยะยาว

E-E-A-T คือกลยุทธ์ SEO ระยะยาวที่มุ่งเน้นการสร้างคอนเทนต์คุณภาพ ไม่ใช่เพียงการทำให้เว็บติดอันดับในระยะสั้น แต่เป็นการวางรากฐานที่มั่นคงให้กับทั้งเว็บไซต์และแบรนด์ โดยอาศัยองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ ประสบการณ์จริง (Experience), ความเชี่ยวชาญ (Expertise), การได้รับการยอมรับ (Authoritativeness) และ ความน่าเชื่อถือ (Trustworthiness) ซึ่งทั้งหมดนี้คือหัวใจที่ทำให้เว็บไซต์ได้รับความไว้วางใจจากทั้งผู้อ่านและ Google อย่างแท้จริง

หากคุณต้องการยกระดับเว็บไซต์ให้สอดคล้องกับมาตรฐาน SEO ของ Google และเพิ่มโอกาสในการติดหน้าแรกของ Search Engine ไว้วางใจ Blupaper ผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital Marketing มืออาชีพ ที่มาพร้อมทีมงานคุณภาพซึ่งเชี่ยวชาญด้านการทำ SEO โดยเฉพาะ มั่นใจได้ว่าเว็บไซต์ของคุณจะได้รับการพัฒนาอย่างถูกต้องตามหลัก E-E-A-T เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพสูงสุด ปรึกษาตอนนี้!ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย โทร. 094-454-2495

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ E-E-A-T

Q: E-E-A-T มีผลต่อทุกเว็บไซต์หรือเฉพาะบางประเภท?

A: E-E-A-T (Experience, Expertise, Authoritativeness, Trustworthiness) มีผลกับทุกเว็บไซต์ แต่เว็บไซต์ที่อยู่ในหมวด YMYL (Your Money or Your Life) เช่น ด้านสุขภาพ การเงิน หรือกฎหมาย จะถูกตรวจสอบเข้มงวดเป็นพิเศษ เพราะส่งผลโดยตรงต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้ใช้

Q: จะตรวจสอบ E-E-A-T ของเว็บไซต์ได้อย่างไร?

A: พิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น
• คุณภาพและความถูกต้องของคอนเทนต์
• การระบุชื่อและประวัติผู้เขียนอย่างชัดเจน
• การอ้างอิงแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ
• คุณภาพของ Backlink ที่ได้รับจากเว็บไซต์อื่น

Q: Backlink ยังสำคัญในยุค E-E-A-T หรือไม่?

A: ยังมีความสำคัญเหมือนเดิม แต่เน้นที่คุณภาพ มากกว่าปริมาณ การได้รับลิงก์จากเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือและอยู่ในสายงานเดียวกันจะช่วยเสริมความน่าเชื่อถือของเว็บคุณได้มากกว่า

Q: Google ใช้คนตรวจสอบหรือใช้ AI ประเมิน E-E-A-T?

A: Google ใช้ทั้งสองอย่างร่วมกัน คือ อัลกอริทึม (Algorithm) ที่ประเมินสัญญาณต่าง ๆ แบบอัตโนมัติ และทีมผู้ตรวจสอบคุณภาพ (Quality Raters) ที่คอยประเมินตัวอย่างหน้าเว็บตามแนวทาง E-E-A-T เพื่อช่วยปรับปรุงระบบให้ฉลาดขึ้น

Q: จะปรับปรุง E-E-A-T ได้ผลในกี่เดือน?

A: ผลลัพธ์ไม่ได้เกิดขึ้นทันที โดยทั่วไปจะใช้เวลา ประมาณ 3–6 เดือน ขึ้นอยู่กับความต่อเนื่องในการอัปเดตคอนเทนต์ การสร้างความน่าเชื่อถือ และการได้รับการยอมรับจากแหล่งภายนอก