ทำไมแอด Facebook ถึงยิงยากขึ้น?
ตอบง่าย ๆ เลยก็คือ เพราะสมัยนี้ AI เก่งขึ้น สมัยก่อนระบบอาจจะตรวจแค่ภาพกับแคปชันคร่าว ๆ แต่ปีนี้ เจ้า AI เล่นตรวจยันเสียงพูดในคลิป อ่านข้อความในภาพออกทุกคำ แถมยังวิเคราะห์บริบทได้ลึกซึ้งชนิดที่ว่า ถ้าเราพยายามเลี่ยงบาลี AI ก็ยังจับได้อยู่ดี
นอกจาก AI จะเก่งขึ้นแล้ว การแข่งขันก็สูงขึ้นเรื่อย ๆ ไม่แพ้กัน เดี๋ยวนี้ใคร ๆ ก็ยิงแอด จนหน้าฟีดลูกค้าเต็มไปด้วยโฆษณา ถ้าคอนเทนต์เราไม่เจ๋งจริง หรือเผลอทำผิดกฎไปแค่นิดเดียว ระบบก็พร้อมจะลดการนำส่งและดีดเราออกไปอยู่นอกสายตาคนดูได้ทันที

เช็กให้ชัวร์ ผิดกฎ หรือผิดแผน!?
ก่อนจะไปดูข้อห้าม มาทำความเข้าใจกันก่อนว่า ความผิดพลาดในการยิงแอดแบ่งออกได้ 2 แบบด้วยกัน นั่นก็คือ
1. ผิดกฎ (Policy Violation)
การทำผิดกฎ เป็นการละเมิดกฎข้อห้าม Facebook หรือมาตรฐานชุมชนโดยตรง ทำให้ Facebook มองว่าเราเป็นภัย หรือสร้างประสบการณ์แย่ ๆ ให้ผู้ใช้งาน
เพราะ AI ในยุคนี้ตรวจละเอียดยิบยันเงา ตั้งแต่ข้อความในภาพ เสียงในคลิป แคปชัน ยันหน้า Landing Page หากโดนทำโทษแบบเบา ๆ ก็อาจจะแค่แอดไม่ผ่าน แต่ถ้าทำผิดซ้ำซากเมื่อไหร่ก็จะหนักหน่อยคือบัญชีติดแดง โดนจำกัดวงเงิน หรือร้ายแรงที่สุดคือเพจปลิวถาวรได้เลย ทำให้ต้องไปปั้นใหม่ตั้งแต่ศูนย์ น้ำตาตกในแน่นอน
2. ผิดสูตร (Strategy Error)
แต่ถ้าเป็นการยิงแอดผิดสูตร ยังสบายใจได้ไปเปลาะหนึ่งว่าบัญชีของเรายังปลอดภัยดี ไม่โดนแบน แต่เรากำลังเสียเงินไปฟรี ๆ ยิงเท่าไหร่ก็จมทุน
สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากการไม่เข้าใจระบบนำส่ง ไม่วาง Funnel หรือทำคอนเทนต์ที่ไม่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย ทำให้ AI นำส่งแอดไปผิดที่ผิดทาง ไปหาแต่คนที่ไม่ซื้อ จนค่าแอดแพงหูฉี่ แต่ยอดการเข้าถึงต่ำ หรือไม่ก็ได้แต่ยอดไลก์ ยอดวิว แต่ปิดการขายไม่ได้เลยสักออเดอร์เดียว เรียกได้ว่าขาดทุนยับเยิน
อ่านบทความที่น่าสนใจ: รู้ก่อนได้เปรียบ! สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำก่อนเริ่มยิง Facebook Ads
12 ข้อห้ามในการยิงแอด Facebook ที่ต้องรู้
คราวนี้มาดูข้อห้ามในการยิงแอด Facebook กันว่ามีอะไรบ้างที่เราเผลอทำไปโดยไม่รู้ตัว

1. ห้ามใช้ภาพ Before & After และคำเคลมเกินจริง
สายความงาม สกินแคร์ อาหารเสริม ระวังให้ดี การใช้รูปที่โชว์พุงก่อนกิน-หลังกิน หรือหน้าสิว-หน้าใส แบบซูมชัด ๆ เป็นอะไรที่ AI ไม่ชอบเอาเสียเลย เพราะจะถูกระบบมองว่าเป็นการโฆษณาเกินจริง ซึ่งจะรวมไปถึงคำเคลมแรง ๆ อย่าง
- การันตีผล 100%
- หายขาดใน 3 วัน
- ขาวไวทันที
- ไม่เห็นผลยินดีคืนเงิน
ดังนั้น เลี่ยงคำพวกนี้ไว้จะดีกว่า แต่ถ้าอยากโชว์ผลลัพธ์ให้ใช้ภาพรีวิวที่เป็นไลฟ์สไตล์ หรือเล่าเรื่องผ่าน User Experience จะดีกว่า
2. ห้ามใช้คำต้องห้ามและลักษณะส่วนตัว
อย่าไปทักลูกค้าแรง ๆ เช่น คุณอ้วนใช่ไหม? หรือเบื่อไหมที่หัวล้าน? การเจาะจงปมด้อยหรือลักษณะส่วนตัวแบบนี้ถือเป็นการคุกคาม นอกจากนี้ยังมีคำต้องห้ามตามหมวดหมู่ที่ต้องระวัง
- สายการเงิน ห้ามใช้คำว่า รวยเร็ว, รวยง่าย, งานสบายได้เงินเยอะ
- สายความงาม ห้ามใช้คำว่า ขาวไว, สลายไขมัน, ระเบิดพุง, ธรรมชาติ 100%
- สายมู ห้ามใช้คำว่า ศักดิ์สิทธิ์, ถูกหวย, รวยข้ามคืน, พลิกชีวิต
3. ห้ามยิงแอดสินค้าผิดกฎและเจาะกลุ่มเด็กต่ำกว่า 18 ปี
เช็กสินค้าในมือให้ดี ถ้าเป็นพวกยาสูบ บุหรี่ไฟฟ้า อาวุธ ยาตามใบสั่งแพทย์ หรือสินค้า 18+ ห้ามยิงแอดเด็ดขาด ส่วนสินค้ากลุ่มความงาม อาหารเสริมลดน้ำหนัก ศัลยกรรม หรือการลงทุน เช่น คริปโตฯ ห้ามกำหนดกลุ่มเป้าหมายไปที่เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เพราะจะผิดกฎหมายคุ้มครองผู้เยาว์และโดนแบนเพจถาวรได้เลย
4. ห้ามใช้ภาพคุณภาพต่ำ ไม่ตรงปก
อย่าหาทำคอนเทนต์ Clicbait เช่น ภาพมีปุ่ม Play ปลอม หลอกให้คนกด หรือคลิกไปแล้วเจอหน้าเว็บที่ไม่เกี่ยวกับโฆษณา และปีนี้ Facebook ให้ค่ากับ User Experience สุด ๆ ข้อห้ามในการยิงแอดปีนี้จึงห้ามใช้รูปแตก เบลอ หรือวิดีโอคุณภาพต่ำ ถ้าสื่อเราชัด สวย ดูดี ค่าโฆษณา (CPM) จะถูกลงแบบเห็นได้ชัด
5. ห้ามยิงแอดโดยไม่มีเป้าหมายและไม่วาง Funnel
จะยิงแอดทั้งทีต้องรู้ว่าจะเอาอะไร ถ้าอยากได้ยอดขาย แต่ไปเลือกวัตถุประสงค์ Engagement ที่เน้นยอดไลก์ยอดแชร์ ก็จะได้แต่ตัวเลขสวย ๆ ที่กินไม่ได้ เราจึงต้องวาง Marketing Funnel ให้ครบ ตั้งแต่ทำให้คนรู้จัก (Awareness) ไปจนถึงตามปิดการขาย (Conversion)
6. ห้ามก็อปคอนเทนต์เดิมมายิงซ้ำ
Creative Fatigue หรืออาการคนเบื่อโฆษณาเป็นศัตรูตัวฉกาจของคนยิงแอด การใช้แอดตัวเดิมยิงซ้ำ ๆ วนไปวนมา หรือมักง่ายไปก็อปงานคนอื่นมาใช้ นอกจากคนจะเลื่อนผ่านแล้ว AI ยังจำได้แม่นและพร้อมจะลดการมองเห็นของเราทันที
ปี 2026 นี้ต้องเลิกหวังพึ่งแอดนางฟ้าตัวเดียวหากินทั้งปี แต่ต้องมี Creative System เพื่อผลิตคอนเทนต์ใหม่ ๆ หมุนเวียนมาป้อนระบบอยู่เสมอ เพื่อให้แอดสดใหม่อยู่ตลอดเวลา

7. ห้ามขายแบบยัดเยียด (Hard Sell)
วิดีโอที่เปิดมาด้วยประโยคขายของโต้ง ๆ อย่าง “ซื้อสิ ดีนะ ราคาเท่านี้” บอกเลยว่าสมัยนี้คนปัดทิ้งใน 3 วินาที เพราะสถิติบอกชัดเจนว่าคนซื้อเพราะความเชื่อใจมากกว่า ดังนั้นคอนเทนต์ควรเน้นรีวิวจากผู้ใช้จริง (UGC) หรือเล่าถึงปัญหาที่ลูกค้าเจอแล้วสินค้าเราเข้าไปช่วยแก้ได้ยังไง จะขายดีกว่ามาก
8. ห้ามใช้ข้อความ (Text) ที่รุนแรงหรือ Sensitive
ต้องระวังเรื่องการใช้แคปชันที่มีคำหยาบคาย รุนแรง ดราม่า หรือปลุกปั่นอารมณ์ด้านลบเกินเหตุ เพราะ AI ยุคนี้อ่านภาษาไทยแตกฉานสุด ๆ ถ้าจับได้ว่าข้อความเรา Toxic เมื่อไหร่ แอดจะโดนลดคุณภาพทันที ทางที่ดีควรใช้ภาษาที่สร้างสรรค์ เป็นมิตร อ่านแล้วลื่นหู อยากซื้อตามจะเวิร์กกว่าเยอะ
9. ห้ามมือซนแก้แอดรายวัน
ใครที่ใจร้อนชอบมือซน เข้าไปแก้กลุ่มเป้าหมาย แก้รูป หรือแก้แคปชันทุกวัน ก็เหมือนกำลังขัดขา AI เพราะระบบเองก็ต้องการเวลาเรียนรู้ (Learning Phase) อย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง เพื่อไปเฟ้นหาคนที่ใช่ ถ้าเราแก้บ่อย ๆ ระบบก็ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ แอดก็จะแกว่ง แพง และไม่นิ่งสักที
10. ห้ามยิงทิ้งขว้างโดยไม่เก็บ Data (No Pixel)
ในยุค First-party data ใครไม่ติด Pixel หรือ Conversion API ถือว่าพลาด เหมือนกับการเอาเงินไปเททิ้งน้ำฟรี ๆ โดยไม่ได้เก็บข้อมูลลูกค้าไว้เลย ทำให้เราทำ Retargeting ตามไปขายซ้ำไม่ได้ ซึ่งเป็นจุดที่ได้กำไรแบบเนื้อ ๆ ที่หลายคนอาจจะมองข้ามไป
11. ห้ามหลงเชื่อแค่ค่า CTR
อย่าเพิ่งรีบดีใจไปถ้ายอดคลิก (CTR) พุ่งกระฉูด แต่ยอดขายเป็นศูนย์ เพราะนั่นหมายความว่าคอนเทนต์เราอาจจะเป็น Clickbait ที่ดึงดูดแค่คนมามุงดูแต่ไม่ซื้อ เพราะฉะนั้น เราควรวัดผลให้ถูกจุด โดยดูที่ Cost per Purchase หรือ ROI เป็นหลัก
12. ไม่โทษ AI หรือแพลตฟอร์ม
สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ก็คือเรื่อง Mindset ของเราเอง การโทษว่าเฟสพังหรือระบบดูดเงินทันทีที่แอดไม่ดี ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมา ทางที่ดีให้กลับมาเช็กตัวเองก่อนว่า Offer เราน่าสนใจไหม เว็บใช้ง่ายหรือเปล่า เราเข้าใจ Pain Point ลูกค้าจริงไหม เพราะ AI มีหน้าที่แค่นำส่ง แต่กลยุทธ์ (Strategy) ต้องมาจากมนุษย์ ถ้าเราทำการบ้านมาดี ยังไง AI ก็ช่วยดัน
ยิงแอด Facebook แบบปรับตัวไว ไม่โดนแบน
การยิงแอด Facebook ในปี 2026 ไม่ใช่เรื่องของดวง แต่เป็นเรื่องความละเอียดรอบคอบ ถ้าเราเลี่ยง 12 ข้อห้ามในการยิงแอด Facebook เหล่านี้ได้ รวมถึงเคารพกฎชุมชนและเข้าใจกลยุทธ์การตลาดจริง ๆ รับรองว่าเพจไม่บิน แถมยอดขายจะวิ่งฉิวแน่นอน
แต่ถ้าคุณไม่อยากมานั่งปวดหัวกับกฎที่เปลี่ยนทุกวัน ให้ Blupaper ช่วยดูแล! เราพร้อมช่วยวางกลยุทธ์ Digital Marketing ที่ถูกต้อง ตั้งแต่การวางโครงสร้าง Funnel การจัดการเรื่อง Data ไปจนถึงแนะนำทิศทางคอนเทนต์ที่ไม่เสี่ยงโดนแบน ให้คุณยิงแอดได้ตรงเป้าไม่ต้องนั่งเดาใจ ปรึกษา Blupaper วันนี้ ให้เราช่วยคุณทำกราฟเขียวแบบยั่งยืน
- โทร. 094-454-2495
- Line: @blupaper
- Facebook: Blupaper Digital Marketing Agency
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการยิงแอด Facebook
Q: ยิงแอดวันละกี่บาทถึงจะเห็นผล?
A: งบประมาณควรสมเหตุสมผลกับราคาสินค้าและเป้าหมาย แนะนำให้เริ่มเทสต์ด้วยงบที่ไหวและเพียงพอให้เกิดการเรียนรู้ เช่น ให้ระบบวิ่งได้สัก 3-5 วันแบบไม่เจ็บตัว พอเจอตัวที่ทำเงินแล้วค่อยอัดงบเพิ่ม (Scale) ทีหลัง
Q: ควรปรับแก้แอดบ่อยแค่ไหนถึงจะไม่ขัดขา AI?
A: ควรรอให้ผ่านช่วง Learning Phase หรือประมาณ 50 conversions หรือ 3-7 วัน ให้ระบบเรียนรู้จนนิ่งก่อน แล้วค่อยมาดูผลลัพธ์ ถ้าแอดตัวไหนไม่ดีค่อยปิด หรือถ้าตัวไหนดีค่อยเพิ่มงบ
Q: แอดขึ้นสถานะ “การเรียนรู้ถูกจำกัด” (Learning Limited) แก้ยังไง?
A: หากขึ้นสถานะ “การเรียนรู้ถูกจำกัด” แปลว่า ใช้เงินน้อยไปหรือกลุ่มเป้าหมายแคบไป จน AI หาคนซื้อไม่ครบตามจำนวนที่มันต้องการ ซึ่งปกติคือ 50 ครั้งใน 7 วัน ทางแก้คือ
- รวมกลุ่มเป้าหมาย (Ad Set) ที่ซ้ำซ้อนเข้าด้วยกัน
- ขยายกลุ่มเป้าหมายให้กว้างขึ้น
- ถ้ามั่นใจว่าแอดตัวนี้ดี ให้เพิ่มงบ แต่ถ้าทำทุกทางแล้วยอดไม่มา แนะนำให้ปิดแล้วสร้างใหม่จะดีกว่า
Q: ปุ่ม “โปรโมตโพสต์” (Boost Post) หน้าเพจ ยังน่าใช้อยู่ไหม?
A: ถ้าอยากได้ยอดไลก์ ยอดแชร์ หรืออยากให้คนเห็นโพสต์เยอะ ยังใช้ได้ดี แต่ถ้าเป้าหมายคือยอดขายหรืออยากปิดการขาย แนะนำให้เซตหลังบ้าน (Ads Manager) จะดีกว่า เพราะมีเครื่องมือเยอะกว่า ปรับกลุ่มเป้าหมายได้ละเอียดกว่า และวัดผลได้แม่นยำกว่า
Q: ถ้าไม่มีเว็บไซต์ ติด Pixel ไม่ได้ จะยิงแอดได้มั้ย?
A: ได้ แต่อาจจะเหนื่อยกว่าคนอื่น แม้การยิงแชท (Message) หรือ Lead Form ก็ขายได้ แต่จะเสียเปรียบเรื่องการเก็บ Data ระยะยาว และ AI จะเรียนรู้ได้ไม่ลึกเท่ากับคนที่ส่งลูกค้าเข้าเว็บที่มี Pixel