Yoast SEO คืออะไร?
Yoast SEO คือ ปลั๊กอินยอดนิยมสำหรับเว็บไซต์ที่ใช้งาน WordPress เพื่อจัดการปรับแต่งองค์ประกอบต่าง ๆ ตามหลักการของ SEO แบบง่าย ๆ โดยเฉพาะ On-Page SEO ซึ่งเจ้าของเว็บไซต์ไม่จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องการเขียนโค้ดเชิงลึก หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน Technical SEO ก็สามารถทำได้
บทบาทหลักของ Yoast SEO คือ การเป็นเครื่องมือตรวจสอบที่แม่นยำ คอยวิเคราะห์เนื้อหาที่คุณเขียนในหน้าบทความ หรือหน้าสินค้าแบบ Real-time และให้คำแนะนำว่าจุดไหนที่คุณทำดีแล้ว หรือจุดไหนที่ยังขาดตกบกพร่องตามหลักการทำ SEO ทำให้คุณสามารถปรับปรุงคุณภาพคอนเทนต์ให้ตอบโจทย์ทั้งคนอ่าน และ Search Engineได้ในเวลาเดียวกัน
แนะนำบทความที่น่าสนใจ เกี่ยวกับ เขียนบทความ SEO อย่างไร พร้อมวิธีเขียนบทความให้ติดหน้าแรก Google

อ้างอิงรูปภาพจาก Yoast SEO
ฟีเจอร์หลักที่ห้ามพลาดของ Yoast SEO
1. จัดการ Keyword
ก่อนลงบทความหรือเนื้อหาในเว็บไซต์ Yoast SEO จะทำการตรวจสอบภาพรวมของเนื้อหาทั้งหมดว่ามีประสิทธิภาพ ตรงตามมาตรฐานมากแค่ไหน โดยเฉพาะการตรวจสอบความหนาแน่นของจำนวน Keyword ที่นำมาใส่
วิธีการใช้งานสามารถทำได้ด้วยการระบุคีย์เวิร์ดในช่อง Focus Keyphrase จากนั้นระบบจะทำการวิเคราะห์ เพื่อแจ้งว่าจำนวนคีย์เวิร์ดที่ใส่เข้ามามีมากหรือน้อย โดยจะตรวจสอบได้แค่ทีละ 1 คำเท่านั้น หากคุณต้องการตรวจสอบคีย์เวิร์ดอื่น ๆ ในช่อง Related Keyphrase จะต้องใช้งาน Yoast SEO Premium
2. ปรับแต่ง Title และ Meta Description
ในด้านของการทำ SEO นอกจากการทำให้เว็บไซต์ติดอันดับในหน้าแรกแล้ว สิ่งสำคัญที่เป็นตัวตัดสินว่าผู้ใช้งานจะคลิกเข้ามาในเว็บไซต์ของเราหรือไม่ คือ Meta tags (Title และ Meta Description) โดยระบบจะตรวจสอบความยาวและคีย์เวิร์ดที่ถูกนำมาใส่ ว่าครบถ้วนและอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมหรือไม่
*ความยาวของ Title ควรอยู่ที่ 55-65 ตัวอักษร(ปรับเพิ่มและลดได้ตามคำแนะนำของปลั๊กอิน)
*ความยาวของ Meta Description ควรอยู่ที่ 145-155 ตัวอักษร (ปรับเพิ่มและลดได้ตามคำแนะนำของปลั๊กอิน)
3. ปรับแต่งการจัดวางและความยาว
ฟีเจอร์ Readability จะเปรียบเทียบรูปแบบของเนื้อหากับความสะดวกสบายของผู้ใช้งาน เช่น การใช้ Heading Tag (H1, H2, H3) สำหรับแบ่งหัวข้ออย่างเป็นระเบียบ โดยฟีเจอร์นี้จะมีข้อจำกัด คือ ยังไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพกับภาษาไทย ทำให้ผลลัพธ์อาจมีความคลาดเคลื่อนในบางครั้ง ควรตรวจสอบอย่างละเอียดด้วยตนเองอีกรอบ
อ่านบทความเพิ่มเติม เกี่ยวกับ On Page SEO คืออะไร รวมข้อควรรรู้วิธีปรับและจัดโครงสร้างให้ถูกหลัก
4. ตรวจสอบองค์ประกอบอื่น ๆ
นอกจากที่กล่าวถึงด้านบนแล้ว Yoast SEO ยังสามารถวิเคราะห์และตรวจสอบองค์ประกอบอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ เช่น
- Outbound Links หรือ การใส่ลิงก์อ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์อื่น
- Keyphrase Length ความยาวของคีย์เวิร์ดที่ใช้ในบทความ ต้องไม่ยาวจนเกินไป
- Text Length การกำหนดความยาวของบทความ ไม่ควรน้อยกว่าที่แนะนำ
- Keyphrase in Slug การใส่คีย์เวิร์ดใน Slug
- Internal Links บทความของเรามีการใส่ Internal Link ไปยังหน้าอื่น ๆ ในเว็บไซต์หรือไม่
- Keyphrase in Introductionการใส่คีย์เวิร์ดลงในย่อหน้าแรกของบทความ
- Keyphrase in Subheading การใส่คีย์เวิร์ดลงในหัวข้อย่อยอย่างเหมาะสม
- Image ALT Attributes การใส่ ALT Text หรือการตั้งชื่อรูปภาพ
ใช้งานง่ายด้วยการอ่านค่าสี
จุดเด่นของ Yoast SEO คือ ความง่ายในการใช้งาน ในทุก ๆ องค์ประกอบของการวิเคราะห์และให้คำแนะนำ ระบบจะระบุเป็นค่าสีมาให้ เพื่อให้เรารู้ว่าส่วนไหนดีแล้ว ส่วนไหนใช้ได้ และส่วนไหนที่ต้องดำเนินการแก้ไข ดังนี้
- สีแดง:ควรแก้ไขตามคำแนะนำ เพื่อไม่ให้ส่งผลเสียในการทำ SEO
- สีส้ม:รูปแบบพอใช้งาน แต่ยังสามารถปรับเพิ่มเพื่อให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น
- สีเขียว:ถูกต้องตามโครงสร้างของ SEO สามารถเผยแพร่ส่วนนี้ได้
วิธีการติดตั้ง Yoast SEO Plugin
วิธีการติดตั้ง Yoast SEO Plugin สามารถทำได้ง่าย ๆ เพียง 5 ขั้นตอน ดังนี้
- ล็อกอิน WordPress จะปรากฏหน้า Dashboard ซึ่งเป็นหน้าเริ่มต้น
- คลิกคำว่า Plugin (ปลั๊กอิน) บริเวณเมนูซ้ายมือ
- ค้นหาคำว่า Yoast SEO ในช่องค้นหาด้านขวามือ

อ้างอิงรูปภาพจาก Yoast SEO
- กด Install Now
- เมื่อติดตั้งเรียบร้อย คลิก Activate สามารถใช้งานได้ทันที
ข้อดีของการใช้ Yoast SEO
- มือใหม่สามารถใช้ได้: ด้วยรูปแบบการแสดงผลที่ไม่ซับซ้อน มีค่าสีพร้อมคำแนะนำในการแก้ไข ทำให้มือใหม่สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย
- ประหยัดเวลา: Yoast SEO พร้อมวิเคราะห์และตรวจสอบองค์ประกอบต่าง ๆ อย่างละเอียด ช่วยลดขั้นตอนการทำงานแบบปกติได้
- สร้างมาตรฐาน: บทความทุกชิ้นที่เผยแพร่ออกไป จะมีมาตรฐานเดียวกัน
เปรียบเทียบ Plugin ยอดนิยม All in One SEO vs Yoast SEO
สำหรับการทำ SEO นั้น ปลั๊กอินที่ได้รับความนิยมมีทั้งหมด 3 ตัวด้วยกัน ได้แก่ Rank Math, All in One และ Yoast โดยในหัวข้อนี้จะมาเปรียบเทียบความคุ้มค่าระหว่าง All in One SEO vs Yoast SEO เฉพาะส่วนที่แตกต่างกันเท่านั้น
| รายการบริการ | Yoast SEO | All in One SEO |
| Active Installed | 5,000,000 | 3,000,000 |
| SEO Score in Post and Page | ✅ | ⭕ |
| Breadcrumbs | ✅ | ⭕ |
| Rich Snippets /Schema.org | ⭕ | ✅ |
| Google Analytics | ⭕ | ✅ |
| Bot Blocker | ⭕ | ✅ |
| RSS | ✅ | ⭕ |
| SEO Analysis | ✅ | ✅ |
| Performance | ⭕ | ✅ |
สำหรับปลั๊กอิน 2 ตัวนี้ นอกจากฟีเจอร์พื้นฐานที่สามารถใช้ได้เหมือนกันแล้ว จะมีฟีเจอร์ที่ใช้งานได้แตกต่างกันตามตารางข้างต้น สามารถพิจารณาเลือกใช้ได้ตามความต้องการ และความสะดวก
เพิ่มประสิทธิภาพการทำ SEO ด้วย Yoast SEO Plugin
สรุปแม้ว่า Yoast SEO เวอร์ชันฟรีจะดีมากแล้ว แต่หากคุณต้องการฟีเจอร์ขั้นสูงในการดันอันดับ Yoast SEO Premium ก็เป็นอีกแนวทางที่น่าสนใจ เพราะจะมีฟีเจอร์เพิ่มเติม เช่น ระบบแนะนำ Internal Linking Suggestions, การจัดการ Redirect 301 และการตรวจสอบคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องได้หลายคำในหน้าเดียว
การทำ On-page SEO เปรียบเสมือนการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับเว็บไซต์ หากรากฐานไม่มั่นคง ต่อให้คุณพยายามทำ Off-page SEO มากแค่ไหน ก็ยากที่เว็บไซต์จะติดอันดับได้อย่างยั่งยืนพวกเรา Blupaper เข้าใจ ถึงความซับซ้อน และองค์ประกอบของการทำ SEO เราจึงมีบริการรับทำ SEO ที่พร้อมดูแลเว็บไซต์ของคุณครบทุกองค์ประกอบ ด้วยการใช้ SEO Tools ที่มีประสิทธิภาพ สามารถตรวจสอบทุกข้อบกพร่อง และแก้ไขให้เป็นเว็บไซต์ที่สมบูรณ์
- โทร. 094-454-2495
- Line: @blupaper
- Facebook: Blupaper Digital Marketing Agency
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Yoast SEO
Q: ถ้าปรับแต่งจนเป็นสีเขียวทั้งหมดแล้ว อันดับจะขึ้นหน้าแรกเลยไหม?
A: การได้ไฟเขียวเป็นเพียงการยืนยันว่าโครงสร้าง On-page ของคุณถูกต้อง แต่อันดับยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น เช่น คุณภาพคอนเทนต์, Backlink, และคู่แข่งในคีย์เวิร์ดนั้น ๆ ด้วย
Q: จำเป็นต้องแก้ไขข้อมูลตามที่ระบบแนะนำมาทุกครั้งเลยหรือไม่?
A: ไม่เสมอไป หากมีการตรวจสอบแล้วพบว่าบทความที่ทำเป็นไปตามต้องการแล้ว สามารถเลือกใช้แบบเดิมได้ แต่ไม่ควรให้มีสีแดงมากเกินไป
Q: จำเป็นต้องใช้ Yoast SEO Premium หรือไม่?
A: ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละคน กรณีเพิ่งเริ่มใช้งานเบื้องต้น สามารถใช้เวอร์ชันฟรีได้ แต่หากมีความจริงใจในการปรับปรุงเว็บไซต์มากขึ้น ควรอัปเกรดไปใช้เวอร์ชัน Premium เพื่อความครบครัน
