คนทักแชตมาเยอะดียังไง?

บางคนอาจยังสงสัยอยู่ว่า “ทำไมต้องไปโฟกัสที่การทำให้คนทัก? ยิงแอดให้คนเห็นเยอะ ๆ ไลก์เยอะ ๆ ไม่ดีกว่าเหรอ?” ตอบตรงนี้ได้เลยว่าการขายของออนไลน์ในยุคนี้ต้องปรับตามพฤติกรรมของลูกค้า โดยเฉพาะคนไทยที่มักจะชอบคุยก่อนซื้อ จำนวนข้อความที่ลูกค้าทักเข้ามาจึงช่วยชี้วัดได้ว่า

  • โอกาสปิดการขายสูงการทักแชตแสดงถึงความสนใจในตัวสินค้าเกิน 50% ที่เหลือจึงเป็นหน้าที่ของแอดมินในการตอบคำถาม สร้างความมั่นใจ และปิดการขาย
  • เก็บฐานลูกค้าเพื่อต่อยอดได้ฟรีเราสามารถติด Tag แบ่งกลุ่มลูกค้า เพื่อส่งโปรโมชัน บรอดแคสต์ หรือทำ Retargeting ได้ในอนาคต ช่วยประหยัดค่าแอดในการหาลูกค้าใหม่
  • ช่วยสอน AI ให้ฉลาดขึ้นหากยิงแอดบน Facebook หรือยิงแอด TikTok บอกได้เลยว่า AI ฉลาดมาก เพราะยิ่งมีคนทักแชตเข้ามาเยอะ ระบบ AI ก็ยิ่งเรียนรู้และนำส่งไปหาลูกค้าที่ตรงกลุ่มแม่นยำขึ้น
  • ประหยัดค่าโฆษณาต่อการทัก (Cost per Message) ค่าใช้จ่ายในการยิงแอดระยะยาวถูกลง
จุดพลาดที่ทำให้ยิงแอดไปแล้วไม่มีคนทักแชต

ทำไมยิงแอดไปแล้วยังเงียบกริบ เช็กจุดสำคัญที่คนมักพลาด

ก่อนจะไปดูวิธีแก้ มาเช็กอาการกันก่อนว่าทำไมโฆษณาที่เราตั้งใจยิงไปถึงไม่เห็นผล

1. เลือกวัตถุประสงค์ผิด

เรียกได้ว่าการเลือกวัตถุประสงค์ผิดเป็นจุดพลาดยอดฮิตของมือใหม่เลยก็ว่าได้ เช่น อยากได้ลูกค้าทักแชต แต่ตอนตั้งค่าโฆษณากลับไปเลือกวัตถุประสงค์เป็นการรับรู้แบรนด์ (Awareness) หรือจำนวนผู้เข้าชม (Traffic)

ระบบ AI ก็จะทำตามคำสั่งของเราเป๊ะ ๆ คือ นำส่งแอดไปหาคนที่ชอบดูหรือชอบกดลิงก์ แต่อาจจะไม่ได้ชอบซื้อ ผลคือยอดวิวพุ่งกระฉูด แต่ช่องแชตเงียบกริบ

2. คอนเทนต์ยังไม่ดึงดูดพอ

ใน 1 วัน ลูกค้าเห็นโฆษณาผ่านตาเป็นร้อยตัว ถ้าภาพแอดของเราไม่สวยสะดุดตา หรือ 3 วินาทีแรกของคลิปไม่น่าสนใจ ลูกค้าก็จะไถผ่านไปทันทีแบบไม่แม้แต่จะอ่านแคปชันเลยด้วยซ้ำ

ดังนั้น ต่อให้ตั้งกลุ่มเป้าหมายมาแม่นแค่ไหน ถ้าคอนเทนต์ไม่ดึงดูดในลูกค้ามากพอ ก็เหมือนยิงแอดให้เสียดายเงินเล่น

3. ไม่ได้ทำ A/B Testing

คนส่วนใหญ่มักจะเทงบทั้งหมดไปที่แอดตัวเดียวที่คิดว่าสวยหรือดีที่สุดแล้ว แต่ความจริงคือเราไม่มีทางรู้ใจลูกค้าได้ 100% เพราะบางครั้งแอดที่เรามั่นใจมากแต่ลูกค้าดันไม่กด กลับกันแอดบ้าน ๆ ที่เราไม่ได้คาดหวัง อาจจะสร้างยอดขายถล่มทลายก็ได้

การไม่ทำเทสต์ยิงแอดก็เหมือนการเดาสุ่มแบบเสี่ยง ๆ แต่ถ้าได้ลองยิงแอดหลาย ๆ รูปแบบพร้อมกันเพื่อดูว่าแอดตัวไหนมีคนทักมาเยอะกว่าและต้นทุนถูกกว่า เราก็จะสามารถคัดเลือกตัวที่ทำเงินจริงมาอัดงบเพิ่ม และปิดตัวที่แพงทิ้งไป ช่วยให้บริหารงบประมาณได้อย่างคุ้มค่าที่สุดนั่นเอง

อ่านบทความที่น่าสนใจ:ทำการตลาดให้แม่นยำด้วย A/B Testing เคล็ดลับปรับกลยุทธ์ให้ตรงใจลูกค้า

เทคนิคยิงแอดให้คนทักเยอะ ใช้ได้ทั้งยิงแอด facebook และยิงแอด tiktok

6 เคล็ด(ไม่)ลับ ยิงแอดยังไงให้คนทักเยอะ!

เมื่อรู้สาเหตุที่ทำให้แอดแป้กแล้ว มาดู 5 เคล็ด(ไม่)ลับที่จะช่วยปรับจูนโฆษณาของเราให้แม่นยำขึ้นกัน

1. สั่ง AI ให้ถูกจุด

เริ่มต้นตั้งแต่การบอก AI ว่าเราต้องการอะไร เช่น

  • ยิงแอด Facebookเลือกวัตถุประสงค์การมีส่วนร่วม” (Engagement) แล้วเลือกแอปส่งข้อความ (Messaging Apps) เท่านั้น เพื่อบอกระบบให้ไปตามหาคนที่ชอบทักแชตมาให้เรา
  • ยิงแอด TikTokแนะนำให้เลือก Community Interaction สำหรับเน้นเพิ่มผู้ติดตามและชมโปรไฟล์ หรือถ้ามีเซลล์เพจ (Sale Page) ให้เลือก Website Conversions จะได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

2. เขียนแคปชันด้วยสูตร Hook – Pain – Solution

เลิกเขียนแคปชันยาวเป็นหางว่าวที่ไม่มีจุดโฟกัส ลองมาใช้สูตรนี้ดู

  • พาดหัวด้วย Hookหยุดคนดูด้วยปัญหาหรือสิ่งที่เขาสนใจในบรรทัดแรก เช่น หน้าพัง สิวเห่อ ใช้อะไรก็ไม่หาย?
  • ขยี้ปัญหา บรรยายความรู้สึกแย่ ๆ ที่เขาเจอ เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่านี่มันเรื่องของฉันชัด ๆ
  • ชี้ทางแก้ด้วย Solutionเสนอสินค้าของเราเป็นทางออก
  • Call to Action บอกให้ชัดว่า “ทักแชตรับโปรพิเศษ” หรือ “พิมพ์สนใจใต้โพสต์”
ใช้ภาพที่มีความเรียลและชัดเจนในการยิงแอด

3. ภาพและคลิปต้อง Real และชัดเจน

ความสวยงามแบบสตูดิโออาจไม่ใช่คำตอบเสมอไป เพราะยุคนี้ความเรียลกินขาดกว่า เช่น

  • Facebook ใช้รูปภาพแบบอัลบั้มเล่าเรื่องราวได้ครบ หรือรูป Before/After แต่ต้องระวังเรื่องกฎ มักดึงดูดความสนใจได้ดีกว่ารูปสินค้าเดี่ยว ๆ
  • TikTokคลิปต้องดูไม่เหมือนโฆษณา (UGC) เน้นความจริงใจ รีวิวใช้งานจริง จะทำให้คนกล้าทักมาถามมากกว่าคลิปที่ดูเป็นการตัดต่อโฆษณาจ๋า ๆ

4. เจาะกลุ่มเป้าหมายให้แม่นด้วย Custom Audience

ถ้าอยากประหยัดงบและได้คนทักเยอะ เลิกยิงแอดแบบหว่านแล้วหันมาใช้ Custom Audience หรือการยิงหาคนที่เคยสนใจเรา เช่น

  • คนที่เคยดูคลิปเราจบ 50%
  • คนที่เคยทักเพจ หรือมีส่วนร่วมกับโพสต์
  • คนที่เคยเข้าเว็บไซต์เรา คนกลุ่มนี้รู้จักเราอยู่แล้ว จึงมีโอกาสตัดสินใจทักมาซื้อสูงกว่าคนแปลกหน้าหลายเท่า

อ่านบทความที่น่าสนใจ: เทคนิคใช้คู่ Custom Audience ช่วยหาลูกค้าใหม่ให้เป๊ะ ยิงแอดได้ปัง

5. อย่าลืมปุ่ม Call to Action (CTA)

เช็กให้ชัวร์ว่าโพสต์โฆษณาของเรามีปุ่มส่งข้อความติดอยู่เสมอ อย่าให้ลูกค้าต้องลำบากไปกดหาปุ่มเอง เพราะความลำบากเพียงนิดเดียวอาจทำให้เขาเปลี่ยนใจไปร้านอื่นทันที

6. ใช้บริการรับยิงแอด

สำหรับเจ้าของธุรกิจที่พอจะมียอดขายบ้างแล้ว สูตรลับที่ช่วยเร่งการเติบโตได้ดีที่สุดก็คือจ้างบริษัทรับยิงแอดที่มีเครื่องมือวิเคราะห์เชิงลึกและประสบการณ์ในการแก้ปัญหาแอดแพงที่ไวกว่าเราทำเอง แถมเรายังมีเวลาไปโฟกัสเรื่องสินค้าและการบริการได้อย่างเต็มที่อีกด้วย

ทำความเข้าใจลูกค้าและทดสอบแอดก่อนยิงจริงเพื่อให้แอดมีประสิทธิภาพสูงสุด

อยากยิงแอดให้ปัง ต้องเริ่มที่ความเข้าใจ

การจะตอบคำถามว่ายิงแอดยังไงให้คนทักเยอะนั้น ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวที่ใช้ได้ตลอดไป เพราะหัวใจสำคัญคือต้องมีการทดสอบยิงแอดและความเข้าใจลูกค้ายิ่งขยันปรับแก้คอนเทนต์ให้โดนใจและเลือกกลุ่มเป้าหมายได้แม่นยำเท่าไหร่ โอกาสที่ลูกค้าจะทักแชตเข้ามาซื้อก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

แต่ถ้าลองทำทุกทางแล้วแอดก็ยังเงียบ หรือไม่มีเวลามานั่งเฝ้าหน้าจอวิเคราะห์กราฟเอง ให้ Blupaper ช่วยสิ! เรามีบริการรับยิงแอดแบบครบวงจร ทั้งยิงแอด Facebook ยิงแอด TikTok และ Google โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ติดต่อ Blupaper เลย แล้วมาเปลี่ยนงบโฆษณาของคุณ ให้กลายเป็นยอดขายที่เติบโตอย่างยั่งยืน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการยิงแอด

Q: ยิงแอด TikTok กับ Facebook อันไหนคนจะทักเยอะกว่า?

A: ขึ้นอยู่กับสินค้าและกลุ่มเป้าหมาย เช่น

  • TikTok เหมาะกับสินค้ากระแส ของใช้ในบ้าน หรือแฟชั่น ที่ราคาไม่แพงมาก เพราะเน้นวัยรุ่น วัยทำงานตอนต้น ปิดการขายได้ไว
  • Facebook เหมาะกับสินค้าที่ต้องการความน่าเชื่อถือ ราคาสูง หรือสินค้าเฉพาะทาง เพราะครอบคลุมทุกช่วงวัย

Q: ทำไมยิงแอดไปแล้วโดนปิดบัญชี?

A: ส่วนใหญ่เกิดจากคอนเทนต์ผิดกฎ เช่น

  • ใช้ภาพ Before/After ที่เห็นผลเกินจริง
  • ใช้คำโฆษณาชวนเชื่อ
  • สินค้าลิขสิทธิ์
  • บัญชีมีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ

อย่างไรก็ตาม แนะนำให้อ่านนโยบายของแต่ละแพลตฟอร์มให้ละเอียดก่อนยิงแอด

Q: ควรบูสต์โพสต์หน้าเพจ หรือยิงผ่านตัวจัดการโฆษณาดีกว่ากัน?

A: แนะนำให้ยิงผ่านตัวจัดการโฆษณา (Ads Manager) เพราะสามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายได้ละเอียดกว่า ทำ A/B Testing ได้ และเลือกวัตถุประสงค์ได้หลากหลายกว่าการกดปุ่มบูสต์หน้าเพจ

Q: ต้นทุนต่อทัก (Cost per Message) ควรอยู่ที่เท่าไหร่ถึงจะดี?

A: ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า เช่น

  • สินค้าทั่วไป (Mass Product) เช่น เสื้อผ้า ของกิน ของใช้ ควรอยู่ที่ 30-80 บาท
  • สินค้าเฉพาะทางหรือราคาสูง เช่น อสังหาฯ อาหารเสริม คอร์สเรียน อาจอยู่ที่ 100-200 บาท

ทางที่ดีอย่าดูแค่ราคาต่อทักถูกที่สุด แต่ให้ดูว่าเมื่อลูกค้าทักมาแล้วปิดการขายได้จริงหรือไหม (Cost per Acquisition) เป็นสิ่งที่สำคัญกว่า

Q: แอดขึ้นสถานะไม่อนุมัติ (Rejected) ต้องลบแล้วสร้างใหม่เลยไหม?

A: ยังไม่ต้องลบ แต่เข้าไปดูเหตุผลก่อนว่าผิดเรื่องอะไร เช่น รูปโป๊ หรือคำต้องห้าม แล้วกดแก้ไข (Edit) ตรงจุดนั้นแล้วส่งตรวจใหม่ หรือถ้ามั่นใจว่าไม่ผิด ให้กดยื่นอุทธรณ์ (Request Review) ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอีกรอบได้