ugc กับ influencer ต่างกันอย่างไร

UGC คืออะไร ต่างจาก Influencer ในการทำการตลาดอย่างไร?

เคยสังเกตไหมว่าเวลาจะซื้อของสักชิ้น เรามักจะเลื่อนหา "รีวิวจากผู้ใช้จริง" มากกว่าอ่านคำโฆษณาของแบรนด์ นั่นคือเหตุผลที่ UGC (User Generated Content) กลายเป็นทีเด็ดที่แบรนด์ยุคนี้ขาดไม่ได้ แต่คำถามคือ UGC มันต่างจากการจ้าง Influencer ตรงไหน และแบบไหนถึงจะคุ้มงบธุรกิจของเรามากที่สุด? บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า UGC คืออะไร มีข้อดีต่อการตลาดอย่างไร พร้อมเปรียบเทียบ UGC กับ Influencer และแนะนำวิธีสร้าง UGC Marketing รวมถึงการวัดผล เพื่อช่วยให้ธุรกิจเลือกใช้คอนเทนต์ได้ตรงกับเป้าหมายและเพิ่มโอกาสในการขาย

Key Takeaways:

  • UGC มีหลายรูปแบบ ทั้งรีวิวสินค้า รูปภาพ วิดีโอแกะกล่อง และโพสต์บนโซเชียลมีเดีย ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคเห็นประสบการณ์จากผู้ใช้งานจริงก่อนตัดสินใจซื้อ
  • ข้อดีของ UGC คือช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ กระตุ้นการตัดสินใจซื้อ เพิ่มการมีส่วนร่วมกับแบรนด์ และสนับสนุนการทำ SEO ผ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสินค้า
  • UGC แตกต่างจาก Influencer Marketing โดย UGC เน้นประสบการณ์ของผู้ใช้งาน ส่วน Influencer ช่วยเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผ่านฐานผู้ติดตาม ซึ่งทั้งสองรูปแบบสามารถใช้ร่วมกันได้
  • ธุรกิจสามารถสร้าง UGC ด้วยการเชิญชวนให้ลูกค้ารีวิว จัดกิจกรรมแชร์ประสบการณ์ และนำคอนเทนต์ที่ได้รับอนุญาตมาต่อยอดบนเว็บไซต์หรือช่องทางโฆษณา
  • การวัดผล UGC Marketing ควรพิจารณา Conversion Rate, CTR, AOV และ CAC เพื่อประเมินว่าคอนเทนต์ช่วยสนับสนุนยอดขายและสร้างความคุ้มค่าได้มากน้อยเพียงใด
คลิกเลือกอ่านตามหัวข้อ
user generated content คืออะไร

UGC คืออะไร?

UGC หรือ User Generated Content คือคอนเทนต์ที่ผู้ใช้งานหรือลูกค้าสร้างขึ้นจากประสบการณ์หรือความคิดเห็นของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นข้อความรีวิว รูปภาพ วิดีโอ หรือโพสต์บนโซเชียลมีเดีย เช่น รีวิวสินค้าใน Shopee คลิปแกะกล่องบน TikTok หรือภาพถ่ายที่ลูกค้าแท็กแบรนด์บน Instagram

โดยคอนเทนต์เหล่านี้ไม่ได้ผลิตโดยแบรนด์โดยตรง และสามารถช่วยให้ผู้บริโภคเห็นมุมมองจากผู้ใช้งานจริงก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า

UGC Marketing คืออะไร มีข้อดีต่อธุรกิจอย่างไร?

UGC Marketing คือ การนำคอนเทนต์ที่ผู้ใช้งานหรือลูกค้าสร้างขึ้นมาใช้ประกอบกลยุทธ์การตลาด เช่น การแสดงรีวิวบนหน้าสินค้า การแชร์วิดีโอจากลูกค้าบนโซเชียลมีเดีย หรือการนำประสบการณ์ผู้ใช้จริงมาประกอบโฆษณา เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการตัดสินใจซื้อของผู้ชมได้มากขึ้น

ข้อดีของ UGC Marketing

การทำ UGC Marketing นั้นมีข้อดีในหลายด้าน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการทำธุกิรจ โดยสามารถสรุปข้อดีของการตลาดแบบ UGC ได้ดังนี้

  • เพิ่มความน่าเชื่อถือให้สินค้า: รีวิวจากผู้ใช้จริงช่วยให้ลูกค้าเห็นประสบการณ์ที่หลากหลาย ทั้งข้อดีและข้อจำกัดของสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อ
  • ช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ: ภาพถ่ายและวิดีโอจากลูกค้าช่วยแสดงการใช้งานจริง ทำให้ผู้สนใจประเมินได้ว่าสินค้าตอบโจทย์ความต้องการหรือไม่
  • เพิ่มความหลากหลายของคอนเทนต์: แบรนด์สามารถนำความคิดเห็นและประสบการณ์จากลูกค้ามาต่อยอดเป็นเนื้อหาสำหรับเว็บไซต์และโซเชียลมีเดีย
  • สร้างการมีส่วนร่วมกับแบรนด์: การเปิดโอกาสให้ลูกค้าแบ่งปันประสบการณ์ช่วยกระตุ้นการพูดคุยและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับผู้ใช้งาน
  • สนับสนุนการทำ SEO: รีวิวที่เผยแพร่บนเว็บไซต์อาจเพิ่มข้อมูลและคำค้นหาแบบ Long-tail Keyword ที่เกี่ยวข้องกับสินค้า ช่วยให้เนื้อหาครอบคลุมคำถามของผู้ค้นหามากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพของ UGC Marketing ขึ้นอยู่กับคุณภาพคอนเทนต์ ความน่าเชื่อถือของรีวิว และวิธีนำไปใช้ ธุรกิจจึงควรคัดเลือกเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมาย พร้อมขออนุญาตเจ้าของคอนเทนต์ก่อนนำไปใช้ในกิจกรรมการตลาด

UGC กับ Influencer ต่างกันอย่างไร?

UGC และ Influencer Marketing มีจุดเด่นและวิธีนำไปใช้แตกต่างกัน โดยแต่ละรูปแบบเหมาะกับเป้าหมายทางการตลาดและงบประมาณที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งสามารถเปรียบเทียบความแตกต่างได้ดังนี้

หัวข้อเปรียบเทียบUGCInfluencer
ผู้สร้างคอนเทนต์ลูกค้าหรือผู้ใช้งานทั่วไปInfluencer หรือ Content Creator
รูปแบบคอนเทนต์รีวิว ภาพถ่าย และประสบการณ์การใช้งานรีวิว โฆษณา และคอนเทนต์ตามแคมเปญ
ค่าใช้จ่ายอาจไม่มีค่าจ้าง แต่มีต้นทุนในการรวบรวมและจัดการมีค่าจ้างหรือสิ่งตอบแทนตามข้อตกลง
จุดเด่นแสดงประสบการณ์จากมุมมองผู้ใช้งานเข้าถึงกลุ่มผู้ติดตามของ Influencer
การนำไปใช้รีวิวบนเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย และโฆษณาที่ได้รับอนุญาตเปิดตัวสินค้า สร้างการรับรู้ และกระตุ้นยอดขาย

หากธุรกิจต้องการเพิ่มข้อมูลประกอบการตัดสินใจซื้อ UGC จากลูกค้าจริงอาจตอบโจทย์ได้ดี ส่วน Influencer เหมาะกับการขยายการรับรู้ไปยังกลุ่มเป้าหมายใหม่ ทั้งสองรูปแบบสามารถใช้ร่วมกันได้ โดยควรพิจารณางบประมาณ กลุ่มผู้ชม และเป้าหมายของแคมเปญเป็นหลัก

วิธีสร้าง ugc คอนเทนต์ เพื่อเพิ่มยอดขาย

5 วิธีสร้าง UGC คอนเทนต์เพื่อเพิ่มโอกาสในการขาย

การกระตุ้นให้ลูกค้าสร้างคอนเทนต์เกี่ยวกับสินค้าไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณสูง แต่ควรเลือกวิธีที่ทำให้ลูกค้าอยากแบ่งปันประสบการณ์ด้วยตนเอง และสามารถนำคอนเทนต์เหล่านั้นมาต่อยอดทางการตลาดได้ โดยมี 5 วิธีที่น่าสนใจ ดังนี้

1. เชิญชวนให้รีวิวสินค้าหลังใช้งาน

การใช้ข้อความเชิญชวนให้ลูกค้ารีวิวหลังได้รับและทดลองใช้สินค้า โดยอาจแนบลิงก์ไปยังหน้ารีวิวบนเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มที่ซื้อสินค้า ควรเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นตามจริง ทั้งข้อดีและข้อจำกัด เพื่อให้รีวิวมีประโยชน์ต่อผู้ซื้อรายต่อไป

2. สร้างแฮชแท็กสำหรับแชร์ประสบการณ์

กำหนดแฮชแท็กที่จดจำง่ายและเกี่ยวข้องกับแบรนด์ เพื่อให้ลูกค้าใช้ประกอบการโพสต์รูปภาพหรือวิดีโอบน TikTok, Facebook และ Instagram วิธีนี้ช่วยให้แบรนด์ค้นหาคอนเทนต์ที่ลูกค้าเผยแพร่ได้สะดวกขึ้น และนำไปสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้ติดตาม

3. จัดกิจกรรมชวนลูกค้าสร้างคอนเทนต์

จัดแคมเปญให้ลูกค้าแชร์ภาพการใช้งานหรือเล่าประสบการณ์ผ่านวิดีโอ พร้อมมอบสิทธิพิเศษหรือของรางวัลตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยควรเปิดเผยสิ่งตอบแทนอย่างชัดเจน และไม่กำหนดว่าลูกค้าต้องรีวิวในเชิงบวกเท่านั้น

4. นำรีวิวจากลูกค้าจริงมาใช้ในช่องทางขาย

คัดเลือกรีวิว รูปภาพ หรือวิดีโอที่ช่วยตอบข้อสงสัยของผู้ซื้อ เช่น ขนาดสินค้า วิธีใช้งาน หรือผลลัพธ์จากประสบการณ์จริง แล้วนำไปแสดงบนหน้าสินค้า เว็บไซต์ หรือโฆษณา โดยต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของคอนเทนต์สำหรับการใช้งานแต่ละรูปแบบก่อน

5. ต่อยอด UGC เป็นคอนเทนต์ที่ช่วยปิดการขาย

รวบรวมคำถามและประสบการณ์จากลูกค้ามาพัฒนาเป็นคอนเทนต์เปรียบเทียบสินค้า วิดีโอสาธิต หรือ FAQ ที่ตอบข้อกังวลก่อนซื้อ พร้อมเชื่อมโยงไปยังหน้าสินค้าหรือช่องทางสั่งซื้อ เพื่อให้ผู้สนใจสามารถตัดสินใจได้สะดวกขึ้น

การวัดผล ugc คอนเทนต์

วัดผล UGC Marketing อย่างไรให้รู้ว่าคุ้มค่ากับการลงทุน

การวัดผล UGC Marketing ควรพิจารณามากกว่ายอดไลก์หรือยอดแชร์ โดยเน้นตัวชี้วัดที่สะท้อนพฤติกรรมของลูกค้าและผลลัพธ์ทางธุรกิจ เพื่อประเมินว่าคอนเทนต์จากผู้ใช้จริงช่วยสนับสนุนยอดขายได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งมีตัวชี้วัดที่ควรติดตาม ดังนี้

  • Conversion Rate: วัดสัดส่วนผู้เข้าชมที่ดำเนินการตามเป้าหมาย เช่น สั่งซื้อสินค้า สมัครสมาชิก หรือกรอกแบบฟอร์มติดต่อ
  • Click-Through Rate (CTR): ตรวจสอบสัดส่วนการคลิกจากโฆษณาหรือคอนเทนต์ UGC เพื่อประเมินความสามารถในการดึงดูดความสนใจ
  • Average Order Value (AOV): ติดตามมูลค่าคำสั่งซื้อเฉลี่ย เพื่อดูว่าการนำ UGC มาใช้สัมพันธ์กับยอดใช้จ่ายต่อคำสั่งซื้ออย่างไร
  • Customer Acquisition Cost (CAC): เปรียบเทียบต้นทุนในการได้ลูกค้าใหม่ระหว่างแคมเปญที่ใช้ UGC กับแคมเปญรูปแบบอื่น
  • ยอดขายจากช่องทาง UGC: ใช้ UTM Parameters หรือลิงก์ติดตามผล เพื่อวิเคราะห์ Traffic และ Conversion ที่เกิดจากคอนเทนต์แต่ละช่องทาง

ธุรกิจสามารถใช้ Google Analytics 4 (GA4) ร่วมกับข้อมูลจากแพลตฟอร์มโฆษณาเพื่อติดตามผล หรือทดลองเปรียบเทียบโฆษณาที่ใช้ UGC กับโฆษณาทั่วไปผ่าน A/B Testing โดยควบคุมปัจจัยอื่นให้ใกล้เคียงกัน เพื่อประเมินว่าคอนเทนต์รูปแบบใดตอบโจทย์เป้าหมายทางการตลาดได้ดีกว่า

UGC ไม่ใช่แค่รีวิว แต่เป็นคอนเทนต์ที่สร้างมูลค่าให้ธุรกิจ

UGC สามารถสร้างประโยชน์ให้ธุรกิจได้มากกว่าการแสดงรีวิวสินค้า เพราะประสบการณ์จากลูกค้าจริงยังนำไปต่อยอดเป็นคอนเทนต์บนเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย และโฆษณาออนไลน์ได้ ขณะที่ Influencer ช่วยขยายการรับรู้ไปยังกลุ่มเป้าหมายใหม่ การใช้ทั้งสองรูปแบบร่วมกันจึงช่วยให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าและสนับสนุนการตัดสินใจซื้อได้ในหลายช่วง

หากต้องการนำ UGC มาต่อยอดให้เกิดผลทางการตลาด Blupaper พร้อมช่วยวางกลยุทธ์ Content Marketing และ SEO เพื่อพัฒนาเนื้อหาจากประสบการณ์ของลูกค้าให้ตอบโจทย์การค้นหา เพิ่มความน่าเชื่อถือให้แบรนด์ และสร้างโอกาสในการเปลี่ยนผู้เข้าชมเว็บไซต์ให้กลายเป็นลูกค้า

ติดต่อเรา

โทร. 094-454-2495

Line: @blupaper

Facebook: Blupaper Digital Marketing Agency

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ UGC

Q: UGC คืออะไร ต่างจากคอนเทนต์ที่แบรนด์ทำเองอย่างไร

A: UGC คือคอนเทนต์ที่ลูกค้าสร้างเอง เช่น รีวิว รูปถ่าย วิดีโอ โดยไม่ได้ถูกจ้างให้ทำ ส่วนคอนเทนต์ที่แบรนด์ทำเองคือสิ่งที่ทีมการตลาดผลิตขึ้น UGC มีความน่าเชื่อถือสูงกว่าเพราะมาจากประสบการณ์จริงของคนที่ซื้อและใช้สินค้า

Q: UGC กับ Influencer Marketing แบบไหนดีกว่ากัน

A: ไม่มีแบบไหนดีกว่าเสมอไป ขึ้นกับเป้าหมาย UGC เหมาะกับการสร้างความไว้วางใจระยะยาว ต้นทุนต่ำ ส่วน Influencer Marketing เหมาะกับการเข้าถึงกลุ่มใหม่ในเวลาสั้น แต่มีค่าใช้จ่ายสูง แบรนด์ส่วนใหญ่ใช้ทั้งสองแบบร่วมกัน

Q: วิธีสร้าง UGC คอนเทนต์ เพิ่มยอดขายทำยังไง

A: เริ่มจากตั้งแฮชแท็กเฉพาะแบรนด์ จัดโปรโมชันเล็กน้อยเพื่อจูงใจลูกค้าให้โพสต์รีวิว จากนั้นนำ UGC ไปใช้ในหน้าสินค้าเว็บไซต์และโฆษณาบนโซเชียล อย่าลืมขออนุญาตลูกค้าก่อนนำไปใช้ทุกครั้ง

Q: ต้องขออนุญาตลูกค้าก่อนใช้ UGC ไหม

A: ต้องขออนุญาตเสมอ แม้ลูกค้าจะแท็กแบรนด์ในโพสต์ก็ตาม การขออนุญาตทำได้ผ่านข้อความตรงหรือคอมเมนต์ใต้โพสต์ เมื่อได้รับอนุญาตแล้วควรให้เครดิตเจ้าของโพสต์ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและป้องกันปัญหาลิขสิทธิ์

สาระน่ารู้ที่น่าสนใจ
ยอด engagement กับการทำการตลาด
Engagement คืออะไร? วิธีดูยอดเอนเกจให้ลึกกว่ายอดไลก์
การทำ seo aeo และ geo
SEO AEO GEO ทำเองได้ไหม เทียบกับจ้างเอเจนซีแบบคุ้มกว่า?
วิธีทำ CRO Audit เพื่อเพิ่ม Conversion Rate
วิธีทำ CRO Audit เพื่อเพิ่ม Conversion Rate ให้ดีขึ้น
วิธีเลือกเอเจนซี่ seo, aeo, geo white hat
วิธีเลือกเอเจนซี่ SEO, AEO, GEO White Hat ที่มีคุณภาพและวัดผลได้จริง
redirect แบบไหนเหมาะกับเว็บไซต์
เทียบให้ชัด 301 กับ 302 Redirect แบบไหนเหมาะกับเว็บคุณ?
การใช้ฟอนต์ภาษาไทยสำหรับเว็บไซต์
ฟอนต์ภาษาไทยกับ SEO เลือกแบบไหนดีให้เว็บโหลดไว
สาระน่ารู้ตามหมวดหมู่
แบ่งปันสาระน่ารู้ทาง

Key Takeaways:

  • UGC มีหลายรูปแบบ ทั้งรีวิวสินค้า รูปภาพ วิดีโอแกะกล่อง และโพสต์บนโซเชียลมีเดีย ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคเห็นประสบการณ์จากผู้ใช้งานจริงก่อนตัดสินใจซื้อ
  • ข้อดีของ UGC คือช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ กระตุ้นการตัดสินใจซื้อ เพิ่มการมีส่วนร่วมกับแบรนด์ และสนับสนุนการทำ SEO ผ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสินค้า
  • UGC แตกต่างจาก Influencer Marketing โดย UGC เน้นประสบการณ์ของผู้ใช้งาน ส่วน Influencer ช่วยเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผ่านฐานผู้ติดตาม ซึ่งทั้งสองรูปแบบสามารถใช้ร่วมกันได้
  • ธุรกิจสามารถสร้าง UGC ด้วยการเชิญชวนให้ลูกค้ารีวิว จัดกิจกรรมแชร์ประสบการณ์ และนำคอนเทนต์ที่ได้รับอนุญาตมาต่อยอดบนเว็บไซต์หรือช่องทางโฆษณา
  • การวัดผล UGC Marketing ควรพิจารณา Conversion Rate, CTR, AOV และ CAC เพื่อประเมินว่าคอนเทนต์ช่วยสนับสนุนยอดขายและสร้างความคุ้มค่าได้มากน้อยเพียงใด