
Engagement คืออะไร และมีความสำคัญต่อการตลาดอย่างไร?
Engagement คือ การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ชมกับคอนเทนต์หรือแบรนด์ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น การกดไลก์ แสดงความคิดเห็น แชร์โพสต์ บันทึกเนื้อหา หรือคลิกลิงก์ โดยแต่ละพฤติกรรมสะท้อนรูปแบบความสนใจของผู้ชมที่แตกต่างกัน และเป็นข้อมูลสำคัญในการวัดผลการทำการตลาดออนไลน์
ในมุมของ Engagement ด้านการตลาดออนไลน์ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ธุรกิจเข้าใจว่าคอนเทนต์ประเภทใดกระตุ้นให้ผู้ชมมีส่วนร่วม รวมถึงช่วยประเมินว่าการสื่อสารของแบรนด์สอดคล้องกับความสนใจของกลุ่มเป้าหมายมากน้อยเพียงใด อย่างไรก็ตาม Engagement ที่สูงไม่ได้หมายความว่าจะสร้างยอดขายได้เสมอไป แต่ควรพิจารณาร่วมกับเป้าหมายของแต่ละแคมเปญ
ยอดเอนเกจ คืออะไร ต่างจากยอดไลก์อย่างไร?
ยอดเอนเกจ คือจำนวนครั้งของการมีปฏิสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นกับคอนเทนต์ตามประเภทกิจกรรมที่แพลตฟอร์มหรือเครื่องมือวัดผลกำหนด ขณะที่ยอดไลก์เป็นเพียงหนึ่งในองค์ประกอบของ Engagement เท่านั้น
ตัวอย่างเช่น โพสต์ A มียอดไลก์ 1,000 ครั้ง แต่มีคอมเมนต์และแชร์เพียงเล็กน้อย ส่วนโพสต์ B มียอดไลก์ 300 ครั้ง แต่มีคนบันทึกโพสต์ 150 ครั้ง และคลิกลิงก์สินค้าอีก 80 ครั้ง แม้โพสต์ B จะมียอดไลก์น้อยกว่า แต่กลับมีพฤติกรรมที่อาจสอดคล้องกับเป้าหมายการให้ข้อมูลหรือกระตุ้นความสนใจในสินค้ามากกว่า
นอกจากนี้ยังมีข้อมูลที่เรียกว่า Customer Engagement ซึ่งก็คือการมีส่วนร่วมของลูกค้ากับแบรนด์ในภาพรวม โดยไม่ได้จำกัดอยู่แค่ปฏิสัมพันธ์บนโพสต์ แต่ยังรวมถึงการสอบถามข้อมูล การใช้บริการ และการกลับมามีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ผ่านช่องทางต่าง ๆ จึงเป็นแนวคิดที่กว้างกว่าการนับยอดเอนเกจของคอนเทนต์เพียงอย่างเดียว
ยอด Engagement สูง แปลว่าคอนเทนต์ประสบความสำเร็จจริงหรือไม่?
อย่าเพิ่งรีบเปิดแชมเปญฉลองถ้าโพสต์ของคุณมียอดเอนเกจสูงปรี๊ด เพราะตัวเลขเยอะไม่ได้แปลว่าคนพร้อมควักกระเป๋าเสมอไป มาดูกันชัด ๆ ว่าเราควรเช็กปัจจัยอะไรเพิ่มบ้างถึงจะเรียกว่างานนี้ปังจริง
- ประเภทของปฏิสัมพันธ์: ยอดไลก์ แชร์ บันทึกโพสต์ และคลิกลิงก์ สะท้อนพฤติกรรมของผู้ชมแตกต่างกัน
- เนื้อหาของความคิดเห็น: วิเคราะห์ว่าคอมเมนต์เป็นคำชม คำถามเกี่ยวกับสินค้า ข้อเสนอแนะ หรือข้อร้องเรียน
- ความเกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมาย: ตรวจสอบว่าผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์เป็นกลุ่มลูกค้าที่ธุรกิจต้องการเข้าถึงหรือไม่
- ผลลัพธ์ตามเป้าหมาย: พิจารณาตัวเลขอื่นประกอบ เช่น ยอดเข้าชมเว็บไซต์ จำนวนผู้ติดต่อสอบถาม หรือ Conversion Rate
ตัวอย่างเช่น โพสต์ที่มีคอมเมนต์จำนวนมากจากการร้องเรียนสินค้า อาจมีคุณค่าต่อธุรกิจน้อยกว่าโพสต์ที่มียอดไลก์ไม่สูง แต่สร้างยอดคลิกเข้าหน้าสินค้าหรือมีผู้สอบถามรายละเอียดอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การวัด Engagement การตลาด จึงต้องดูทั้งคุณภาพของปฏิสัมพันธ์และผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับเป้าหมายธุรกิจ

ตัวชี้วัด Engagement มีอะไรบ้าง และควรดูตัวเลขไหนเป็นพิเศษ?
การวัด Engagement ให้ได้ข้อมูลที่มีประโยชน์ ไม่ควรดูเพียงยอดปฏิสัมพันธ์รวม เพราะแต่ละตัวชี้วัดสะท้อนพฤติกรรมของผู้ชมต่างกัน โดยตัวเลขสำคัญที่นักการตลาดควรติดตามมีดังนี้
- ยอดไลก์ (Likes): แสดงจำนวนการกดถูกใจ เหมาะสำหรับประเมินการตอบรับเบื้องต้นต่อคอนเทนต์ แต่ยังไม่สามารถบอกความสนใจซื้อได้
- ยอดคอมเมนต์ (Comments): ช่วยให้เห็นความคิดเห็น คำถาม และข้อสงสัยของผู้ชม ซึ่งสามารถนำไปวิเคราะห์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้
- ยอดแชร์ (Shares): สะท้อนว่าผู้ชมต้องการส่งต่อคอนเทนต์ให้ผู้อื่น แต่ควรพิจารณาบริบทของการแชร์ด้วยว่าเป็นเชิงบวกหรือเชิงลบ
- ยอดบันทึกโพสต์ (Saves): บ่งบอกว่าผู้ชมต้องการเก็บเนื้อหาไว้กลับมาดูภายหลัง มักมีประโยชน์ในการประเมินคอนเทนต์ให้ความรู้หรือคำแนะนำ
- ยอดคลิก (Clicks): แสดงการตอบสนองต่อเนื้อหาหรือลิงก์ เช่น คลิกเข้าชมเว็บไซต์หรือหน้าสินค้า เหมาะกับแคมเปญที่ต้องการเพิ่ม Traffic
- การรับชมวิดีโอ (Video Engagement): พิจารณาจากระยะเวลารับชมเฉลี่ยและอัตราการดูจนจบ เพื่อประเมินว่าคอนเทนต์สามารถรักษาความสนใจของผู้ชมได้มากน้อยเพียงใด
สำหรับการทำ Engagement การตลาด ควรเลือกตัวชี้วัดให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ เช่น หากต้องการเผยแพร่ความรู้ อาจให้ความสำคัญกับยอดแชร์และบันทึกโพสต์ แต่หากต้องการเพิ่มผู้เข้าชมเว็บไซต์ ควรติดตามยอดคลิกลิงก์และพฤติกรรมหลังจากผู้ชมเข้าสู่เว็บไซต์ควบคู่กัน เพื่อประเมินผลลัพธ์ได้รอบด้านมากขึ้น
ตัวอย่างวิธีคำนวณ Engagement Rate
Engagement Rate คือ อัตราการมีส่วนร่วมของผู้ชมที่แสดงเป็นเปอร์เซ็นต์ โดยนำยอดปฏิสัมพันธ์มาเปรียบเทียบกับจำนวนผู้ติดตามหรือจำนวนคนที่เข้าถึงคอนเทนต์ ซึ่งมีวิธีคำนวณที่นิยมใช้ 2 รูปแบบ ดังนี้
คำนวณ Engagement Rate จากจำนวนผู้ติดตาม
วิธีนี้เหมาะสำหรับประเมินผลการมีส่วนร่วมของแต่ละโพสต์เทียบกับฐานผู้ติดตาม โดยใช้สูตรต่อไปนี้
Engagement Rate = (ยอด Engagement ทั้งหมด ÷ จำนวนผู้ติดตาม) × 100
ตัวอย่างเช่น เพจมีผู้ติดตาม 10,000 คน โพสต์หนึ่งได้รับ 200 ไลก์ 30 คอมเมนต์ และ 20 แชร์ รวมเป็น 250 Engagement
(250 ÷ 10,000) × 100 = 2.5%
หมายความว่าโพสต์นี้มีอัตรา Engagement เทียบกับจำนวนผู้ติดตามอยู่ที่ 2.5% โดยไม่ได้หมายความว่าผู้ติดตาม 2.5% มีส่วนร่วมจริง เพราะหนึ่งคนอาจสร้างปฏิสัมพันธ์ได้มากกว่าหนึ่งครั้ง
คำนวณ Engagement Rate จากยอด Reach
วิธีนี้นำยอด Engagement มาเทียบกับจำนวนบัญชีที่เข้าถึงโพสต์จริง จึงเหมาะสำหรับประเมินการตอบสนองของกลุ่มผู้ชมที่คอนเทนต์เข้าถึง โดยใช้สูตรต่อไปนี้
Engagement Rate = (ยอด Engagement ทั้งหมด ÷ Reach) × 100
หากโพสต์เดียวกันมียอด Engagement 250 ครั้ง และมี Reach 5,000 บัญชี จะคำนวณได้ดังนี้
(250 ÷ 5,000) × 100 = 5%
จากการคำนวณตามสูตรนี้ จะเห็นได้ว่าคอนเทนต์เดียวกันมี Engagement Rate ต่างกันตามตัวหารที่เลือกใช้ ดังนั้น ก่อนเปรียบเทียบผลลัพธ์ระหว่างโพสต์หรือแคมเปญ ควรใช้สูตรเดียวกัน กำหนดประเภทปฏิสัมพันธ์ที่นำมานับให้สอดคล้องกัน และตรวจสอบนิยามตัวชี้วัดของแต่ละแพลตฟอร์ม เพื่อไม่ให้ตีความข้อมูลคลาดเคลื่อน

อ่านข้อมูล Engagement อย่างไร ให้รู้ว่าควรปรับคอนเทนต์ตรงไหน
เมื่อทราบยอด Engagement และคำนวณ Engagement Rate ได้แล้ว สิ่งสำคัญคือการนำข้อมูลมาวิเคราะห์ว่าคอนเทนต์แบบไหนได้รับความสนใจ และส่วนใดควรปรับปรุง เพื่อให้การทำการตลาดไม่ได้หยุดอยู่แค่การรายงานตัวเลข โดยสามารถเริ่มต้นได้จากวิธีต่อไปนี้
- เปรียบเทียบคอนเทนต์ที่มีเป้าหมายเดียวกัน: วิเคราะห์ว่าโพสต์ให้ความรู้ รีวิวสินค้า หรือคอนเทนต์รูปแบบใดสร้าง Engagement ได้ดี โดยพิจารณาทั้งอัตราการมีส่วนร่วมและจำนวนผู้เข้าถึง ไม่ใช่ดูยอดรวมเพียงอย่างเดียว
- นำคอมเมนต์มาค้นหาความต้องการของลูกค้า: สังเกตคำถามหรือปัญหาที่ถูกพูดถึงบ่อย เช่น วิธีใช้งานสินค้า ราคา หรือการจัดส่ง เพื่อนำไปพัฒนาหัวข้อคอนเทนต์ให้ตรงกับสิ่งที่ลูกค้าสนใจ
- ทดลองปรับองค์ประกอบของคอนเทนต์: ใช้ A/B Testing เปรียบเทียบรูปภาพ พาดหัว หรือข้อความกระตุ้นการตัดสินใจ โดยควบคุมปัจจัยอื่นให้ใกล้เคียงกัน เพื่อดูว่าองค์ประกอบใดส่งผลต่อการตอบสนองของผู้ชม
- ตรวจสอบพฤติกรรมหลังเกิด Engagement: หากต้องการเพิ่มยอดขาย ควรติดตามว่าผู้ชมที่คลิกลิงก์เข้าสู่เว็บไซต์มีการดูสินค้า กรอกฟอร์ม หรือสั่งซื้อหรือไม่ เพื่อประเมินว่าคอนเทนต์ช่วยสร้าง Conversion ได้มากน้อยเพียงใด
ตัวอย่างเช่น หากโพสต์รีวิวสินค้ามียอดแชร์สูง แต่มีผู้คลิกเข้าหน้าสินค้าน้อย อาจต้องปรับข้อความเชิญชวนหรือทำให้ลิงก์เข้าถึงง่ายขึ้น ในทางกลับกัน หากมีคนคลิกจำนวนมากแต่ไม่เกิดการสั่งซื้อ ก็ควรตรวจสอบรายละเอียดสินค้า ราคา และประสบการณ์ใช้งานบนเว็บไซต์ร่วมด้วย เพราะปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่คอนเทนต์เพียงอย่างเดียว
Engagement ที่ดีและมีคุณค่า ต้องตอบโจทย์เป้าหมายการตลาดได้จริง
การวัด Engagement ไม่ควรหยุดอยู่แค่ยอดไลก์หรือจำนวนปฏิสัมพันธ์ แต่ต้องพิจารณาว่าผู้ชมตอบสนองต่อคอนเทนต์อย่างไร และพฤติกรรมเหล่านั้นสอดคล้องกับเป้าหมายการตลาดหรือไม่ การวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกับยอดคลิกและ Conversion จะช่วยให้ธุรกิจตัดสินใจปรับคอนเทนต์ได้อย่างมีเหตุผลมากขึ้น
หากธุรกิจของคุณมีคอนเทนต์ที่ได้รับ Engagement สูง แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะนำข้อมูลเหล่านั้นไปต่อยอดอย่างไร Blupaper พร้อมช่วยวิเคราะห์แนวทางการสื่อสารและวางกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ เพื่อให้การสร้างคอนเทนต์ไม่ได้มุ่งแค่ยอดไลก์ แต่คำนึงถึงผลลัพธ์ที่ธุรกิจต้องการด้วย
ติดต่อเรา
โทร. 094-454-2495
Line: @blupaper
Facebook: Blupaper Digital Marketing Agency
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยว Engagement (FAQ)
Q: Engagement คืออะไรในการทำการตลาดออนไลน์
A: Engagement คือการมีปฏิสัมพันธ์ของผู้ชมกับคอนเทนต์หรือแบรนด์ เช่น กดไลก์ คอมเมนต์ แชร์ บันทึกโพสต์ หรือคลิกลิงก์ ซึ่งช่วยให้นักการตลาดประเมินการตอบสนองของกลุ่มเป้าหมายได้
Q: ยอดเอนเกจ คืออะไร วัดจากอะไรบ้าง
A: ยอดเอนเกจ คือจำนวนครั้งของการมีปฏิสัมพันธ์กับคอนเทนต์ เช่น ไลก์ คอมเมนต์ แชร์ บันทึกโพสต์ และคลิก โดยประเภทกิจกรรมที่นับรวมอาจแตกต่างกันตามแพลตฟอร์ม
Q: Engagement Rate เท่าไหร่ถึงดี ควรตั้งเป้าเท่าไร
A: ไม่มีเกณฑ์ตายตัวว่า Engagement Rate เท่าไหร่จึงถือว่าดี ควรเปรียบเทียบกับผลลัพธ์ที่ผ่านมาและธุรกิจในอุตสาหกรรมเดียวกัน โดยใช้สูตรคำนวณและแพลตฟอร์มเดียวกัน
Q: ทำไมโพสต์มียอดเอนเกจสูง แต่ยอดขายไม่เพิ่ม
A: ผู้ชมอาจสนใจคอนเทนต์แต่ยังไม่พร้อมซื้อ ควรตรวจสอบยอดคลิก พฤติกรรมบนหน้าสินค้า และ Conversion เพื่อหาว่าปัญหาเกิดขึ้นในขั้นตอนไหนก่อนปรับกลยุทธ์
Q: Engagement กับ Reach ต่างกันอย่างไร
A: Reach คือจำนวนบัญชีที่เข้าถึงคอนเทนต์ ส่วน Engagement คือจำนวนครั้งของการมีปฏิสัมพันธ์ เช่น ไลก์ แชร์ หรือคอมเมนต์ การดูทั้งสองตัวเลขร่วมกันช่วยประเมินการตอบสนองของผู้ชมได้ชัดเจนขึ้น
