ยอด engagement กับการทำการตลาด

Engagement คืออะไร? วิธีดูยอดเอนเกจให้ลึกกว่ายอดไลก์

ยอดไลก์สูงไม่ได้หมายความว่าคอนเทนต์ประสบความสำเร็จเสมอไป เพราะการวัดผลบนโซเชียลมีเดียยังมีตัวเลขอื่นที่ช่วยสะท้อนพฤติกรรมและความสนใจของผู้ชมได้มากกว่าแค่ยอดถูกใจ ไม่ว่าจะเป็นคอมเมนต์ ยอดแชร์ การบันทึกโพสต์ หรือการคลิกลิงก์ ซึ่งล้วนเป็นส่วนหนึ่งของ Engagement ที่นักการตลาดควรทำความเข้าใจ ถ้าคุณกำลังสงสัยว่าทำไมยอดไลก์พุ่งกระฉูดแต่ยอดขายยังนิ่ง บทความนี้จะพาไปเจาะลึกเรื่อง Engagement แบบทะลุปรุโปร่ง ตั้งแต่วิธีคิด สูตรคำนวณที่แท้จริง ไปจนถึงเทคนิคแกะรอยพฤติกรรมลูกค้า เพื่อให้ทุกคอนเทนต์ที่คุณปั้นไม่เสียเปล่าอีกต่อไป

Key Takeaways:

  • Engagement คือการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ชมกับคอนเทนต์หรือแบรนด์ เช่น การกดไลก์ คอมเมนต์ แชร์ บันทึกโพสต์ และคลิกลิงก์
  • ยอด Engagement สูงไม่ได้หมายความว่าคอนเทนต์ประสบความสำเร็จเสมอไป ต้องพิจารณาประเภทของปฏิสัมพันธ์ ความคิดเห็นของผู้ชม และเป้าหมายทางการตลาดร่วมด้วย
  • ตัวชี้วัด Engagement แต่ละประเภทสะท้อนพฤติกรรมต่างกัน เช่น ยอดแชร์แสดงการส่งต่อคอนเทนต์ ส่วนยอดบันทึกโพสต์อาจสะท้อนความต้องการกลับมาดูเนื้อหาอีกครั้ง
  • Engagement Rate สามารถคำนวณจากยอดปฏิสัมพันธ์เทียบกับจำนวนผู้ติดตามหรือ Reach โดยควรใช้สูตรและเกณฑ์เดียวกันเมื่อต้องการเปรียบเทียบผลลัพธ์
  • การวิเคราะห์ Engagement ร่วมกับยอดคลิกและ Conversion ช่วยให้ธุรกิจเข้าใจพฤติกรรมผู้ชม ปรับปรุงคอนเทนต์ และประเมินผลลัพธ์ทางการตลาดได้แม่นยำขึ้น
คลิกเลือกอ่านตามหัวข้อ
engagement คืออะไร

Engagement คืออะไร และมีความสำคัญต่อการตลาดอย่างไร?

Engagement คือ การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ชมกับคอนเทนต์หรือแบรนด์ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น การกดไลก์ แสดงความคิดเห็น แชร์โพสต์ บันทึกเนื้อหา หรือคลิกลิงก์ โดยแต่ละพฤติกรรมสะท้อนรูปแบบความสนใจของผู้ชมที่แตกต่างกัน และเป็นข้อมูลสำคัญในการวัดผลการทำการตลาดออนไลน์

ในมุมของ Engagement ด้านการตลาดออนไลน์ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ธุรกิจเข้าใจว่าคอนเทนต์ประเภทใดกระตุ้นให้ผู้ชมมีส่วนร่วม รวมถึงช่วยประเมินว่าการสื่อสารของแบรนด์สอดคล้องกับความสนใจของกลุ่มเป้าหมายมากน้อยเพียงใด อย่างไรก็ตาม Engagement ที่สูงไม่ได้หมายความว่าจะสร้างยอดขายได้เสมอไป แต่ควรพิจารณาร่วมกับเป้าหมายของแต่ละแคมเปญ

ยอดเอนเกจ คืออะไร ต่างจากยอดไลก์อย่างไร?

ยอดเอนเกจ คือจำนวนครั้งของการมีปฏิสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นกับคอนเทนต์ตามประเภทกิจกรรมที่แพลตฟอร์มหรือเครื่องมือวัดผลกำหนด ขณะที่ยอดไลก์เป็นเพียงหนึ่งในองค์ประกอบของ Engagement เท่านั้น

ตัวอย่างเช่น โพสต์ A มียอดไลก์ 1,000 ครั้ง แต่มีคอมเมนต์และแชร์เพียงเล็กน้อย ส่วนโพสต์ B มียอดไลก์ 300 ครั้ง แต่มีคนบันทึกโพสต์ 150 ครั้ง และคลิกลิงก์สินค้าอีก 80 ครั้ง แม้โพสต์ B จะมียอดไลก์น้อยกว่า แต่กลับมีพฤติกรรมที่อาจสอดคล้องกับเป้าหมายการให้ข้อมูลหรือกระตุ้นความสนใจในสินค้ามากกว่า

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลที่เรียกว่า Customer Engagement ซึ่งก็คือการมีส่วนร่วมของลูกค้ากับแบรนด์ในภาพรวม โดยไม่ได้จำกัดอยู่แค่ปฏิสัมพันธ์บนโพสต์ แต่ยังรวมถึงการสอบถามข้อมูล การใช้บริการ และการกลับมามีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ผ่านช่องทางต่าง ๆ จึงเป็นแนวคิดที่กว้างกว่าการนับยอดเอนเกจของคอนเทนต์เพียงอย่างเดียว

ยอด Engagement สูง แปลว่าคอนเทนต์ประสบความสำเร็จจริงหรือไม่?

อย่าเพิ่งรีบเปิดแชมเปญฉลองถ้าโพสต์ของคุณมียอดเอนเกจสูงปรี๊ด เพราะตัวเลขเยอะไม่ได้แปลว่าคนพร้อมควักกระเป๋าเสมอไป มาดูกันชัด ๆ ว่าเราควรเช็กปัจจัยอะไรเพิ่มบ้างถึงจะเรียกว่างานนี้ปังจริง

  • ประเภทของปฏิสัมพันธ์: ยอดไลก์ แชร์ บันทึกโพสต์ และคลิกลิงก์ สะท้อนพฤติกรรมของผู้ชมแตกต่างกัน
  • เนื้อหาของความคิดเห็น: วิเคราะห์ว่าคอมเมนต์เป็นคำชม คำถามเกี่ยวกับสินค้า ข้อเสนอแนะ หรือข้อร้องเรียน
  • ความเกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมาย: ตรวจสอบว่าผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์เป็นกลุ่มลูกค้าที่ธุรกิจต้องการเข้าถึงหรือไม่
  • ผลลัพธ์ตามเป้าหมาย: พิจารณาตัวเลขอื่นประกอบ เช่น ยอดเข้าชมเว็บไซต์ จำนวนผู้ติดต่อสอบถาม หรือ Conversion Rate

ตัวอย่างเช่น โพสต์ที่มีคอมเมนต์จำนวนมากจากการร้องเรียนสินค้า อาจมีคุณค่าต่อธุรกิจน้อยกว่าโพสต์ที่มียอดไลก์ไม่สูง แต่สร้างยอดคลิกเข้าหน้าสินค้าหรือมีผู้สอบถามรายละเอียดอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การวัด Engagement การตลาด จึงต้องดูทั้งคุณภาพของปฏิสัมพันธ์และผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับเป้าหมายธุรกิจ

การวิเคราะห์ยอด engagement

ตัวชี้วัด Engagement มีอะไรบ้าง และควรดูตัวเลขไหนเป็นพิเศษ?

การวัด Engagement ให้ได้ข้อมูลที่มีประโยชน์ ไม่ควรดูเพียงยอดปฏิสัมพันธ์รวม เพราะแต่ละตัวชี้วัดสะท้อนพฤติกรรมของผู้ชมต่างกัน โดยตัวเลขสำคัญที่นักการตลาดควรติดตามมีดังนี้

  • ยอดไลก์ (Likes): แสดงจำนวนการกดถูกใจ เหมาะสำหรับประเมินการตอบรับเบื้องต้นต่อคอนเทนต์ แต่ยังไม่สามารถบอกความสนใจซื้อได้
  • ยอดคอมเมนต์ (Comments): ช่วยให้เห็นความคิดเห็น คำถาม และข้อสงสัยของผู้ชม ซึ่งสามารถนำไปวิเคราะห์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้
  • ยอดแชร์ (Shares): สะท้อนว่าผู้ชมต้องการส่งต่อคอนเทนต์ให้ผู้อื่น แต่ควรพิจารณาบริบทของการแชร์ด้วยว่าเป็นเชิงบวกหรือเชิงลบ
  • ยอดบันทึกโพสต์ (Saves): บ่งบอกว่าผู้ชมต้องการเก็บเนื้อหาไว้กลับมาดูภายหลัง มักมีประโยชน์ในการประเมินคอนเทนต์ให้ความรู้หรือคำแนะนำ
  • ยอดคลิก (Clicks): แสดงการตอบสนองต่อเนื้อหาหรือลิงก์ เช่น คลิกเข้าชมเว็บไซต์หรือหน้าสินค้า เหมาะกับแคมเปญที่ต้องการเพิ่ม Traffic
  • การรับชมวิดีโอ (Video Engagement): พิจารณาจากระยะเวลารับชมเฉลี่ยและอัตราการดูจนจบ เพื่อประเมินว่าคอนเทนต์สามารถรักษาความสนใจของผู้ชมได้มากน้อยเพียงใด

สำหรับการทำ Engagement การตลาด ควรเลือกตัวชี้วัดให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ เช่น หากต้องการเผยแพร่ความรู้ อาจให้ความสำคัญกับยอดแชร์และบันทึกโพสต์ แต่หากต้องการเพิ่มผู้เข้าชมเว็บไซต์ ควรติดตามยอดคลิกลิงก์และพฤติกรรมหลังจากผู้ชมเข้าสู่เว็บไซต์ควบคู่กัน เพื่อประเมินผลลัพธ์ได้รอบด้านมากขึ้น

ตัวอย่างวิธีคำนวณ Engagement Rate

Engagement Rate คือ อัตราการมีส่วนร่วมของผู้ชมที่แสดงเป็นเปอร์เซ็นต์ โดยนำยอดปฏิสัมพันธ์มาเปรียบเทียบกับจำนวนผู้ติดตามหรือจำนวนคนที่เข้าถึงคอนเทนต์ ซึ่งมีวิธีคำนวณที่นิยมใช้ 2 รูปแบบ ดังนี้

คำนวณ Engagement Rate จากจำนวนผู้ติดตาม

วิธีนี้เหมาะสำหรับประเมินผลการมีส่วนร่วมของแต่ละโพสต์เทียบกับฐานผู้ติดตาม โดยใช้สูตรต่อไปนี้

Engagement Rate = (ยอด Engagement ทั้งหมด ÷ จำนวนผู้ติดตาม) × 100

ตัวอย่างเช่น เพจมีผู้ติดตาม 10,000 คน โพสต์หนึ่งได้รับ 200 ไลก์ 30 คอมเมนต์ และ 20 แชร์ รวมเป็น 250 Engagement

(250 ÷ 10,000) × 100 = 2.5%

หมายความว่าโพสต์นี้มีอัตรา Engagement เทียบกับจำนวนผู้ติดตามอยู่ที่ 2.5% โดยไม่ได้หมายความว่าผู้ติดตาม 2.5% มีส่วนร่วมจริง เพราะหนึ่งคนอาจสร้างปฏิสัมพันธ์ได้มากกว่าหนึ่งครั้ง

คำนวณ Engagement Rate จากยอด Reach

วิธีนี้นำยอด Engagement มาเทียบกับจำนวนบัญชีที่เข้าถึงโพสต์จริง จึงเหมาะสำหรับประเมินการตอบสนองของกลุ่มผู้ชมที่คอนเทนต์เข้าถึง โดยใช้สูตรต่อไปนี้

Engagement Rate = (ยอด Engagement ทั้งหมด ÷ Reach) × 100

หากโพสต์เดียวกันมียอด Engagement 250 ครั้ง และมี Reach 5,000 บัญชี จะคำนวณได้ดังนี้

(250 ÷ 5,000) × 100 = 5%

จากการคำนวณตามสูตรนี้ จะเห็นได้ว่าคอนเทนต์เดียวกันมี Engagement Rate ต่างกันตามตัวหารที่เลือกใช้ ดังนั้น ก่อนเปรียบเทียบผลลัพธ์ระหว่างโพสต์หรือแคมเปญ ควรใช้สูตรเดียวกัน กำหนดประเภทปฏิสัมพันธ์ที่นำมานับให้สอดคล้องกัน และตรวจสอบนิยามตัวชี้วัดของแต่ละแพลตฟอร์ม เพื่อไม่ให้ตีความข้อมูลคลาดเคลื่อน

การอ่านข้อมูล engagement เพื่อปรับ content

อ่านข้อมูล Engagement อย่างไร ให้รู้ว่าควรปรับคอนเทนต์ตรงไหน

เมื่อทราบยอด Engagement และคำนวณ Engagement Rate ได้แล้ว สิ่งสำคัญคือการนำข้อมูลมาวิเคราะห์ว่าคอนเทนต์แบบไหนได้รับความสนใจ และส่วนใดควรปรับปรุง เพื่อให้การทำการตลาดไม่ได้หยุดอยู่แค่การรายงานตัวเลข โดยสามารถเริ่มต้นได้จากวิธีต่อไปนี้

  1. เปรียบเทียบคอนเทนต์ที่มีเป้าหมายเดียวกัน: วิเคราะห์ว่าโพสต์ให้ความรู้ รีวิวสินค้า หรือคอนเทนต์รูปแบบใดสร้าง Engagement ได้ดี โดยพิจารณาทั้งอัตราการมีส่วนร่วมและจำนวนผู้เข้าถึง ไม่ใช่ดูยอดรวมเพียงอย่างเดียว
  2. นำคอมเมนต์มาค้นหาความต้องการของลูกค้า: สังเกตคำถามหรือปัญหาที่ถูกพูดถึงบ่อย เช่น วิธีใช้งานสินค้า ราคา หรือการจัดส่ง เพื่อนำไปพัฒนาหัวข้อคอนเทนต์ให้ตรงกับสิ่งที่ลูกค้าสนใจ
  3. ทดลองปรับองค์ประกอบของคอนเทนต์: ใช้ A/B Testing เปรียบเทียบรูปภาพ พาดหัว หรือข้อความกระตุ้นการตัดสินใจ โดยควบคุมปัจจัยอื่นให้ใกล้เคียงกัน เพื่อดูว่าองค์ประกอบใดส่งผลต่อการตอบสนองของผู้ชม
  4. ตรวจสอบพฤติกรรมหลังเกิด Engagement: หากต้องการเพิ่มยอดขาย ควรติดตามว่าผู้ชมที่คลิกลิงก์เข้าสู่เว็บไซต์มีการดูสินค้า กรอกฟอร์ม หรือสั่งซื้อหรือไม่ เพื่อประเมินว่าคอนเทนต์ช่วยสร้าง Conversion ได้มากน้อยเพียงใด

ตัวอย่างเช่น หากโพสต์รีวิวสินค้ามียอดแชร์สูง แต่มีผู้คลิกเข้าหน้าสินค้าน้อย อาจต้องปรับข้อความเชิญชวนหรือทำให้ลิงก์เข้าถึงง่ายขึ้น ในทางกลับกัน หากมีคนคลิกจำนวนมากแต่ไม่เกิดการสั่งซื้อ ก็ควรตรวจสอบรายละเอียดสินค้า ราคา และประสบการณ์ใช้งานบนเว็บไซต์ร่วมด้วย เพราะปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่คอนเทนต์เพียงอย่างเดียว

Engagement ที่ดีและมีคุณค่า ต้องตอบโจทย์เป้าหมายการตลาดได้จริง

การวัด Engagement ไม่ควรหยุดอยู่แค่ยอดไลก์หรือจำนวนปฏิสัมพันธ์ แต่ต้องพิจารณาว่าผู้ชมตอบสนองต่อคอนเทนต์อย่างไร และพฤติกรรมเหล่านั้นสอดคล้องกับเป้าหมายการตลาดหรือไม่ การวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกับยอดคลิกและ Conversion จะช่วยให้ธุรกิจตัดสินใจปรับคอนเทนต์ได้อย่างมีเหตุผลมากขึ้น

หากธุรกิจของคุณมีคอนเทนต์ที่ได้รับ Engagement สูง แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะนำข้อมูลเหล่านั้นไปต่อยอดอย่างไร Blupaper พร้อมช่วยวิเคราะห์แนวทางการสื่อสารและวางกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ เพื่อให้การสร้างคอนเทนต์ไม่ได้มุ่งแค่ยอดไลก์ แต่คำนึงถึงผลลัพธ์ที่ธุรกิจต้องการด้วย

ติดต่อเรา

โทร. 094-454-2495

Line: @blupaper

Facebook: Blupaper Digital Marketing Agency

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยว Engagement (FAQ)

Q: Engagement คืออะไรในการทำการตลาดออนไลน์

A: Engagement คือการมีปฏิสัมพันธ์ของผู้ชมกับคอนเทนต์หรือแบรนด์ เช่น กดไลก์ คอมเมนต์ แชร์ บันทึกโพสต์ หรือคลิกลิงก์ ซึ่งช่วยให้นักการตลาดประเมินการตอบสนองของกลุ่มเป้าหมายได้

Q: ยอดเอนเกจ คืออะไร วัดจากอะไรบ้าง

A: ยอดเอนเกจ คือจำนวนครั้งของการมีปฏิสัมพันธ์กับคอนเทนต์ เช่น ไลก์ คอมเมนต์ แชร์ บันทึกโพสต์ และคลิก โดยประเภทกิจกรรมที่นับรวมอาจแตกต่างกันตามแพลตฟอร์ม

Q: Engagement Rate เท่าไหร่ถึงดี ควรตั้งเป้าเท่าไร

A: ไม่มีเกณฑ์ตายตัวว่า Engagement Rate เท่าไหร่จึงถือว่าดี ควรเปรียบเทียบกับผลลัพธ์ที่ผ่านมาและธุรกิจในอุตสาหกรรมเดียวกัน โดยใช้สูตรคำนวณและแพลตฟอร์มเดียวกัน

Q: ทำไมโพสต์มียอดเอนเกจสูง แต่ยอดขายไม่เพิ่ม

A: ผู้ชมอาจสนใจคอนเทนต์แต่ยังไม่พร้อมซื้อ ควรตรวจสอบยอดคลิก พฤติกรรมบนหน้าสินค้า และ Conversion เพื่อหาว่าปัญหาเกิดขึ้นในขั้นตอนไหนก่อนปรับกลยุทธ์

Q: Engagement กับ Reach ต่างกันอย่างไร

A: Reach คือจำนวนบัญชีที่เข้าถึงคอนเทนต์ ส่วน Engagement คือจำนวนครั้งของการมีปฏิสัมพันธ์ เช่น ไลก์ แชร์ หรือคอมเมนต์ การดูทั้งสองตัวเลขร่วมกันช่วยประเมินการตอบสนองของผู้ชมได้ชัดเจนขึ้น

สาระน่ารู้ที่น่าสนใจ
การทำ seo aeo และ geo
SEO AEO GEO ทำเองได้ไหม เทียบกับจ้างเอเจนซีแบบคุ้มกว่า?
วิธีทำ CRO Audit เพื่อเพิ่ม Conversion Rate
วิธีทำ CRO Audit เพื่อเพิ่ม Conversion Rate ให้ดีขึ้น
วิธีเลือกเอเจนซี่ seo, aeo, geo white hat
วิธีเลือกเอเจนซี่ SEO, AEO, GEO White Hat ที่มีคุณภาพและวัดผลได้จริง
ugc กับ influencer ต่างกันอย่างไร
UGC คืออะไร ต่างจาก Influencer ในการทำการตลาดอย่างไร?
redirect แบบไหนเหมาะกับเว็บไซต์
เทียบให้ชัด 301 กับ 302 Redirect แบบไหนเหมาะกับเว็บคุณ?
การใช้ฟอนต์ภาษาไทยสำหรับเว็บไซต์
ฟอนต์ภาษาไทยกับ SEO เลือกแบบไหนดีให้เว็บโหลดไว
สาระน่ารู้ตามหมวดหมู่
แบ่งปันสาระน่ารู้ทาง

Key Takeaways:

  • Engagement คือการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ชมกับคอนเทนต์หรือแบรนด์ เช่น การกดไลก์ คอมเมนต์ แชร์ บันทึกโพสต์ และคลิกลิงก์
  • ยอด Engagement สูงไม่ได้หมายความว่าคอนเทนต์ประสบความสำเร็จเสมอไป ต้องพิจารณาประเภทของปฏิสัมพันธ์ ความคิดเห็นของผู้ชม และเป้าหมายทางการตลาดร่วมด้วย
  • ตัวชี้วัด Engagement แต่ละประเภทสะท้อนพฤติกรรมต่างกัน เช่น ยอดแชร์แสดงการส่งต่อคอนเทนต์ ส่วนยอดบันทึกโพสต์อาจสะท้อนความต้องการกลับมาดูเนื้อหาอีกครั้ง
  • Engagement Rate สามารถคำนวณจากยอดปฏิสัมพันธ์เทียบกับจำนวนผู้ติดตามหรือ Reach โดยควรใช้สูตรและเกณฑ์เดียวกันเมื่อต้องการเปรียบเทียบผลลัพธ์
  • การวิเคราะห์ Engagement ร่วมกับยอดคลิกและ Conversion ช่วยให้ธุรกิจเข้าใจพฤติกรรมผู้ชม ปรับปรุงคอนเทนต์ และประเมินผลลัพธ์ทางการตลาดได้แม่นยำขึ้น