Google Analytics คืออะไร?
Google Analytics หรือที่เรียกกันอย่างคุ้นเคยว่า GA คือ เครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติจาก Google โดยมีหน้าที่ในการรวบรวมข้อมูล Raw Data จากหลาย ๆ ช่องทางที่คุณได้ทำการติดตั้ง เชื่อมข้อมูลเอาไว้ เพื่อประมวลผลและจัดรูปแบบเป็นรายงานที่ตรวจสอบได้ง่าย มีวัตถุประสงค์หลักอยู่ที่ติดตามพฤติกรรมของผู้ใช้งานที่เกิดขึ้นทั้งหมดภายในเว็บไซต์
GA ถูกพัฒนาและอัปเดตเป็นเวอร์ชันใหม่อยู่เสมอ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย และประเภทข้อมูลที่จำเป็นในอนาคต โดยตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นมา Google ได้นำเสนอเวอร์ชันใหม่ล่าสุดอย่าง Google Analytics 4 หรือ GA 4 ประกอบไปด้วย 4 ฟีเจอร์ใหม่ที่น่าสนใจ ดังนี้
- Cross Channel Report: การเก็บข้อมูลเพื่อวัดผลข้ามแพลตฟอร์ม
- AI Insight: การอธิบายแนวโน้มและการเปลี่ยนแปลงของข้อมูล ด้วยภาษาที่เข้าใจได้ง่าย
- Advanced Planning & Budgeting: ฟีเจอร์ช่วยจัดการงบประมาณในการบริหารแต่ละแพลตฟอร์ม
- Cookieless Measurement: การรองรับ Chrome Privacy Sandbox APIs สำหรับเว็บไซต์ที่ไม่มีคุกกี้

ขอบคุณรูปภาพจาก Google Marketing Platform
Google Analytics Report มีอะไรบ้าง?
เพื่อการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ ควรเริ่มจากการทำความเข้าใจก่อนว่า Google Analytics ใช้เพื่อติดตามอะไร ผ่าน Report ทั้ง 5 รูปแบบ ดังนี้
1. Acquisition Report
การรายงานที่มาของการเข้าชมเว็บไซต์ ว่ามาจากช่องทางหรือแพลตฟอร์มใดบ้าง เช่น Facebook, Instagram, Line นอกจากนี้ยังสามารถตรวจสอบ Keyword เพื่อนำไปปรับใช้ในการทำ SEO ผ่านการค้นหา Acquisition > Search Console > Queries
2. Audience Report
การรายงานข้อมูลเชิงลึกของผู้เข้าชมเว็บไซต์ เช่น อายุ เพศ ภาษา ประเทศ โดยจะมีข้อมูลระบุว่าเป็นผู้ชมใหม่ หรือผู้ชมที่เคยเข้ามาในเว็บไซต์ของเรามาก่อน รวมไปถึงอุปกรณ์ที่ใช้งาน และข้อมูลอื่น ๆ ที่น่าสนใจ เช่น
- Active Users: ข้อมูลผู้เข้าชมเว็บไซต์แบบเลือกเวลาได้ เช่น 1 Day, 7 Day, 14 Day และ 28 Day เพื่อวิเคราะห์ช่วงเวลาได้ชัดเจนมากขึ้น
- Lifetime Value: การประเมินมูลค่าของผู้ใช้งานในช่วงเวลาที่เข้าชมเว็บไซต์ เหมาะสำหรับเว็บไซต์ E-Commerce
- User Explorer: รายละเอียดของผู้เข้าชมเว็บไซต์ทั้งหมด
- User Flow:ข้อมูลลำดับในการเข้าใช้งานของผู้เข้าชมเว็บไซต์
- Cohort Analysis: การรายงานข้อมูลเพื่อหา Retention ของผู้ใช้งาน
3. Behavior Report
การรายงานข้อมูลพฤติกรรมของผู้เข้าชมเว็บไซต์ทุก ๆ การกระทำ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าชมหน้าอื่น ในเว็บไซต์ การดูข้อมูลรายละเอียด โดยจะมีการรายงานข้อมูลอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น
- Bahavior Flow: เส้นทางการคลิกในแต่ละหน้าของผู้เข้าชม
- Site Content:แสดงผลหน้ายอดนิยมในเว็บไซต์
- Site Speed: ระยะเวลาในการโหลดของหน้าเว็บไซต์
- Site Search: ข้อมูลที่มีคนค้นหาจะช่องค้นหาในเว็บ
- Events:รายละเอียดการใช้งานทุกขั้นตอนภายในเว็บ ลงลึกถึงการคลิกแต่ละปุ่ม
อ่านบทความเพิ่มเติม: Core Web Vitals คืออะไร? ปรับยังไงให้ติด SEO ของ Google
4. Conversions Report
การรายงานรายละเอียดของการกระทำใด ๆ จนนำไปสู่เป้าหมาย (Goals) ที่เราตั้งค่าเอาไว้ เช่น การกดสั่งซื้อ การทักไลน์ การกรอกแบบฟอร์ม เพื่อให้เรารู้ว่าขั้นตอนไหนที่ทำเราบรรลุเป้าหมายได้ โดยจะแบ่งการรายงานออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่
- Goals: การกำหนดเป้าหมายที่ต้องการ เพื่อให้ Google Analytics รายงานตามการตั้งค่า
- E-Commerce: สำหรับธุรกิจขายของออนไลน์ จะมีการรายงานเส้นทางของลูกค้าทั้งหมด จนเกิดยอดขาย
- Multi-Channel Funnels: รายงานรวมทุกช่องทางที่นำลูกค้าเข้ามาภายในเว็บไซต์
5. Real-Time Report
การรายงานและบันทึกทุกกิจกรรมที่เกิดขึ้นบนเว็บไซต์ ในระยะเวลา 30 นาที โดยจะมีการอัปเดตข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ ทีมงานสามารถเข้ามาตรวจสอบผลการทำงานได้ โดยจะมีรายละเอียดแยกย่อยเพิ่มเติม เช่น
- Overview:ภาพรวมการใช้งานทั้งหมดของเว็บไซต์ เช่น มีคนเข้าชมกี่คน คีย์เวิร์ดไหนที่พาผู้ชมเข้าสู่เว็บไซต์ เป็นต้น
- Locations: สถานที่หรือประเทศของผู้เข้าชม
- Content:ข้อมูลของคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยม โดยแบ่งเป็นช่วง 5 นาที และ 30 นาที
- Conversions: รายงานปิดการขาย ตามที่เราตั้งค่า Tracking เอาไว้ เช่น การทักข้อความ การโทรติดต่อ การซื้อสินค้า เป็นต้น
แนะนำคำศัพท์ที่ควรรู้ในการใช้งาน Google Analytics
Report ใน Google Analytics มีคำศัพท์เฉพาะ และคำที่ไม่คุ้นเคยปรากฏอยู่ค่อนข้างมาก เพื่อให้การใช้งานเป็นไปอย่างราบรื่น ควรทำความรู้จักคำศัพท์เบื้องต้นก่อน ยกตัวอย่างเช่น
- Pageviews คือ จำนวนหน้าที่ถูกเปิดใช้งาน โดยจะมีการนับทุกครั้งที่มีคนคลิกเข้ามา
- Users คือ จำนวนคนที่เข้ามาในเว็บไซต์ของเรา โดยจะไม่มีการนับซ้ำ แม้จะคลิกเข้ามาหลายครั้ง
- Sessions คือ ระยะเวลาหรือช่วงเวลาที่ผู้ใช้ได้มีการเข้ามาเยี่ยมชม หรือใช้เวลาอยู่ในหน้าเว็บไซต์ หากมีการคลิกเข้ามาในเว็บไซต์ซ้ำหลายครั้ง โดยมีเวลาห่างกันประมาณ 30 นาทีขึ้นไป ก็จะนับเป็น Sessions ใหม่
- Bounce Rate คือ อัตราส่วนของคนที่เข้าชมเว็บไซต์เพียงหน้าเดียวแล้วกดออกทันที
- Average Session Duration คือ ช่วงเวลาเฉลี่ยของ Session ทั้งหมดที่เกิดขึ้น

ข้อดีของการใช้ Google Analytics
1. การใช้ข้อมูลจริงในการทำงาน
Google Analytics คือ เครื่องมือการวัดผลจาก Google ที่มีความแม่นยำ เราสามารถตรวจสอบการกระทำและพฤติกรรมของลูกค้า ผ่านการเข้าชมเว็บไซต์ ที่แสดงผลออกมาเป็นข้อมูลจริง และนำไปใช้งานต่อได้ โดยไม่ต้องใช้การคาดเดาในการทำงาน
2. การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย
ข้อมูลใน Google Analytics สามารถนำมาวิเคราะห์เพื่อหาความชอบ ไม่ชอบ ความสนใจ และเครื่องมือที่ลูกค้าใช้งาน จากนั้นจึงนำข้อมูลเหล่านี้มาพัฒนากลยุทธ์ การตลาด และแผนการทำงานที่ตอบโจทย์มากขึ้น
อ่านบทความเพิ่มเติม: Full Funnel Marketing คืออะไร? กลยุทธ์การทำการตลาดแบบครบ Loop
3. การทำ Website Audit
นำข้อมูล Site Speed และ Bounce Rate มาวิเคราะห์หาจุดบกพร่องของเว็บไซต์ เพื่อดำเนินการแก้ไข
4. การวัดผล ROI อย่างแม่นยำ
เมื่อเรารู้ว่าต้นทางที่ทำให้มีผู้ชมเข้ามาในเว็บไซต์มาจากแพลตฟอร์มใดบ้าง เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับค่าใช้จ่ายทางการตลาด เช่น การยิงแอด การทำคอนเทนต์ ก็จะช่วยให้มองเห็นภาพของการลงทุน และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน

วิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติผู้ใช้งานอย่างละเอียดด้วย GA 4
ความทันสมัยของ GA4 คือ การนำ AI และ Machine Learning เข้ามาช่วยวิเคราะห์ และนำเสนอข้อมูล ในกรณีที่ผู้ใช้ไม่อนุญาตให้เก็บคุกกี้ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Exploration ที่ช่วยให้นักการตลาดสามารถลากวางข้อมูลเพื่อสร้างรายงานได้ตามต้องการ อีกทั้งยังมีการเก็บข้อมูลเชิงลึกในอีกหลาย ๆ ส่วน ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่สามารถนำมาปรับใช้กับการทำธุรกิจได้
พวกเรา Blupaper พร้อมช่วยคุณเปลี่ยนข้อมูลที่ซับซ้อนให้กลายเป็นยอดขายที่จับต้องได้ ตั้งแต่การติดตั้งระบบวัดผลเชิงลึก ไปจนถึงการวิเคราะห์กลยุทธ์ SEO และ Ads ให้ตอบโจทย์ธุรกิจของคุณที่สุด
- โทร. 094-454-2495
- Line: @blupaper
- Facebook: Blupaper Digital Marketing Agency
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการใช้งาน Google Analytics
Q: GA เวอร์ชันฟรีกับเสียเงินต่างกันอย่างไร?
A: เวอร์ชันฟรีมีฟีเจอร์เพียงพอสำหรับธุรกิจ SME ทั่วไป ส่วนเวอร์ชันเสียเงินจะเน้นสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ ที่ต้องประมวลผลข้อมูลจำนวนมาก หรือเอเจนซีที่ใช้งานกับลูกค้าที่หลากหลาย
Q: ทำไมเราต้องเปลี่ยนมาใช้ Google Analytics 4?
A: เพราะ Google ได้ยกเลิกเวอร์ชันเก่าไปแล้ว และ GA 4 มีความสามารถในการวัดผลพฤติกรรมที่ซับซ้อนของคนยุคปัจจุบันได้ดีกว่ามาก
Q: สามารถติดตามคนเข้าเว็บจาก Line ได้ไหม?
A: ได้ โดยการใช้เทคนิค UTM Link เพื่อคัดแยก Traffic ที่มาจาก Line ออกจากช่องทางอื่น ๆ อย่างชัดเจน
Q: Google Analytics ใช้เพื่อติดตามอะไร ในแง่ของ SEO?
A: ใช้ดูว่าคนค้นหาแล้วเข้ามาหน้าไหนมากที่สุด อยู่ในหน้านั้นนานไหม และหน้าไหนที่ควรปรับปรุงเนื้อหาเพื่อให้ติดอันดับดีขึ้น
