
1. ตกแต่งหน้าร้านให้ดูแพงและน่าเชื่อถือ
ร้านสวย ใคร ๆ ก็อยากเข้า เพราะหน้าร้านคือ First Impressionถ้าหน้าร้านค้าใน Lazada ของเราตกแต่งสวยงาม แบ่งหมวดหมู่ไว้ชัดเจน ค้นหาง่าย พร้อมมีแบนเนอร์คุมโทนสีให้เป็นเอกลักษณ์ ลูกค้าจะรู้สึกทันทีว่าร้านนี้มีตัวตนจริง มีความเป็นมืออาชีพ
ซึ่งการค้นหาสินค้าได้ง่ายและความน่าเชื่อถือตรงนี้ จะช่วยให้เราอัปราคาเพิ่มยอดขายได้ เพราะลูกค้าจะซื้อความสบายใจจึงยอมจ่ายแพงกว่าแลกกับความชัวร์นั่นเอง
2. ตั้งชื่อสินค้าให้มีคีย์เวิร์ด
อยากขายดีก็ต้องทำให้ลูกค้าหาเราให้เจอก่อน เทคนิคสำคัญที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ การตั้งชื่อสินค้าให้ตรงกับสิ่งที่คนค้นหา ใส่คีย์เวิร์ดหลักอย่างคำที่บอกคุณสมบัติชัดเจน เช่น แบรนด์ รุ่น สี ขนาด ไว้ในชื่อสินค้าเลย แต่อย่าตั้งชื่อสั้นห้วน ๆ เพราะระบบของ Lazada จะไม่นำส่ง

3. รูปภาพต้องสะดุด หยุดนิ้วโป้ง
ในเมื่อลูกค้าจับของจริงไม่ได้ รูปภาพสินค้าของเราจึงเป็นตัวตัดสินเลยก็ว่าได้ อย่าใช้แค่รูปสินค้าพื้นขาวโล่ง ๆ แต่ควรมีภาพให้ดูหลายมุมมอง และใส่รายละเอียดสำคัญลงไปในภาพเลย (Infographic) เช่น ขนาด วิธีใช้ หรือจุดเด่นสินค้า
เรียกได้ว่ารูปที่สวยและบอกข้อมูลครบ จะช่วยลดความลังเลและปิดการขายได้ไวขึ้น โดยที่ลูกค้าแทบจะไม่มองเรื่องราคาเลยด้วยซ้ำ
4. รายละเอียดสินค้าต้องมี Story
การเขียนแค่สเปกสินค้าทื่อ ๆ ใครก็ทำได้ แถมยังแอบน่าเบื่อ ลองเปลี่ยนมาเขียนแบบเล่าเรื่องให้เห็นภาพชัดเจนว่า สินค้านี้จะไปแก้ปัญหาชีวิตเขาได้ยังไง โดยใช้ภาษาที่อ่านง่าย เป็นกันเอง
เพราะการเขียนคำบรรยายสินค้าแบบ Storytelling ที่ดี จะช่วยเพิ่มมูลค่าทางใจ (Emotional Value) ทำให้ลูกค้ารู้สึกอินและมองว่าสินค้านี้คุ้มค่าที่จะจ่ายแบบไม่เสียดายเงิน
5. คะแนนรีวิวคือกุญแจสู่ความสำเร็จ
การขายของในลาซาด้า ความน่าเชื่อถือคือหัวใจสำคัญ เพราะสิ่งที่จะการันตีคุณภาพสินค้าและร้านค้าของเราได้ดีที่สุดไม่ใช่คำโฆษณา แต่คือ Social Proof หรือรีวิวจากลูกค้าตัวจริงว่าของตรงปกไหม ส่งครบหรือเปล่า ร้านที่ดาวเยอะ รีวิวแน่นและเป็นบวก ยิ่งปิดการขายง่ายโดยไม่ต้องพูดเยอะ
เคล็ดลับคือต้องสร้างความประทับใจ พยายามกระตุ้นให้ลูกค้ากลับมารีวิว เช่น แนบการ์ดขอบคุณหรือแถมของชิ้นเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปในกล่อง ให้เขากลับมากด 5 ดาวให้เรา
นอกจากนี้ คะแนนร้านค้าเองก็สำคัญเพราะถ้าคะแนนเราสูง นอกจากลูกค้าจะเชื่อใจแล้ว Lazada ยังจะแจกโควตา Seller Pick ช่วยดันสินค้าเราขึ้นหน้าแรกฟรี ๆ เป็นรางวัลตอบแทนความดีที่ช่วยเพิ่มยอดขายได้แบบไม่ต้องเสียเงินโปรโมต

6. ตอบแชตไว ได้ใจไปกว่าครึ่ง
ลูกค้าหลายคนเลือกซื้อของจากร้านค้าใน Lazada ที่แพงกว่า เพียงเพราะแอดมินตอบไวและไม่ปล่อยให้เขารอเก้อ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ชอบคุยกับคนจริง ๆ มากกว่าคุยกับ Chatbot ที่ถามคำตอบคำ
เพราะการตอบแชตที่รวดเร็วและให้ข้อมูลครบถ้วน คือการแสดงความใส่ใจที่ดีที่สุด ให้ลูกค้ารู้สึกอุ่นใจว่าร้านนี้มีตัวตน ดูแลดี และถ้าสินค้ามีปัญหาขึ้นมา ร้านนี้จะไม่เทเขาแน่นอน ชนะใจคู่แข่งที่ขายถูกกว่าได้หลายเท่า
7. งัดเครื่องมือใน Lazada มาใช้ให้คุ้ม
แทนที่จะลดราคาสินค้าตรง ๆ เราต้องรู้จักใช้เครื่องมือที่ Lazada เตรียมไว้ให้ อย่าง Flexi-Combo ยิ่งซื้อยิ่งลด แจกคูปองส่วนลดเมื่อซื้อครบตามยอด หรือโค้ดส่งฟรี เป็นต้น วิธีนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสการมองเห็นและปิดการขายได้ดีกว่าการนั่งรอออเดอร์เฉย ๆ
ส่วนใครที่เป็นมือใหม่ ใช้ไม่เป็นไม่ต้องกังวล เพราะ Lazada มี Customer Service คอยแนะนำ หรือจะเข้าไปเรียนรู้วิธีใช้แบบเจาะลึกฟรี ๆ ที่ Lazada University ได้เลย
8. เข้าร่วมแคมเปญของ Lazada อยู่เสมอ
หมั่นเข้าร่วมแคมเปญต่าง ๆ ที่ Lazada จัดขึ้นเสมอ ไม่ว่าจะเป็น Mega Campaign อย่าง 11.11, 12.12, Payday, Mid-month หรือ Flash Sale เพราะแคมเปญเหล่านี้คือทำเลทองที่จะดันสินค้าเราไปอยู่หน้าแรกให้ลูกค้าเห็นทันทีที่เปิดแอป
แม้จะต้องยอมหั่นราคาทำโปรโมชันบ้าง แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือ Traffic ที่ไหลเข้ามาดูและซื้อสินค้าตัวอื่น ๆ ในร้านพ่วงไปด้วย ทำให้ยอดขายในช่วงนี้มักพุ่งสูงกว่าปกติถึง 2 เท่าตัว ยอดขายที่ถล่มทลายแบบนี้ ก็พอจะชดเชยส่วนต่างราคาและสร้างกำไรก้อนโตให้ร้านได้แบบเหลือ ๆ

9. ทำ Content ลง LazLive หรือ Feed
ยุคนี้จะพลาดไลฟ์สดได้ยังไง! การขายแบบเห็นหน้าเห็นตาผ่าน LazLive หรือโพสต์ Feed จะช่วยสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าได้ดีมาก เพราะเราสามารถโชว์สินค้าจริง สาธิตวิธีการใช้ หรือตอบคำถามลูกค้าได้แบบ Real-time ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นการตัดสินใจซื้อได้ดีกว่าภาพนิ่งเฉย ๆ หลายเท่า
อ่านบทความที่น่าสนใจ:ถอดกลยุทธ์ไลฟ์ขายของสไตล์ “เจนนี่ ได้หมดสดชื่น” กลยุทธ์การตลาดแบบจริงใจ สู่รายได้ร้อยล้าน
10. ส่งของไว แพ็กให้ดี
อย่าพลาดตกม้าตายตอนจบ! ความเร็วในการจัดส่งและการแพ็กของที่แน่นหนาคือสิ่งที่ลูกค้าคาดหวังที่สุด ถ้าเราทำมาตรฐานตรงนี้ได้ดี ลูกค้าจะประทับใจตั้งแต่เปิดกล่องและจดจำแบรนด์เราได้
การรักษาฐานลูกค้าเก่าให้กลับมาซื้อซ้ำด้วยบริการที่ดี คือหัวใจสำคัญของการขายของในลาซาด้าให้ยั่งยืน เพราะลูกค้าประจำเหล่านี้จะยอมจ่ายให้เราโดยไม่สนราคาของคู่แข่งหน้าใหม่
เลิกแข่งราคาแล้วหันมาสร้างคุณค่าให้แบรนด์
การขายของในลาซาด้าให้ยั่งยืนและทำกำไรได้จริง ไม่ใช่แค่การตั้งเป้าเป็นร้านที่ขายถูกที่สุด แต่คือการเป็นร้านที่ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่าและน่าเชื่อถือที่สุดต่างหาก ถ้านำ 10 เคล็ดลับนี้ไปปรับใช้ รับรองว่าจากร้านธรรมดาจะกลายเป็นร้านระดับพรีเมียมที่ลูกค้าแย่งกันซื้อโดยไม่เกี่ยงราคาแน่นอน
แต่ถ้าคุณอยากยกระดับจากร้านค้าให้กลายเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่ง ให้ Blupaper ทีมผู้เชี่ยวชาญด้าน E-Commerce Marketing ดูแลอย่างครบวงจร เราพร้อมช่วยคุณตั้งแต่ปรับแต่งหน้าร้านเพิ่มโอกาสปิดการขาย ไปจนถึงบริการ Lazada Ads บริหารจัดการโฆษณาให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มยอดขายให้เติบโตแบบยั่งยืน ปรึกษา Blupaper ฟรี!
- โทร. 094-454-2495
- Line: @blupaper
- Facebook: Blupaper Digital Marketing Agency
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการขายของใน Lazada
Q: ไม่มีสินค้าสต๊อกเอง ขายของใน Lazada ได้ไหม?
A: ได้ แต่ต้องระวังเรื่องระยะเวลาจัดส่งเพราะ Lazada ค่อนข้างเคร่งครัดเรื่องส่งไว ถ้าซัพพลายเออร์ส่งช้า จะโดนตัดคะแนนร้านค้าและอาจโดนปิดการมองเห็นได้ แนะนำให้ดีลกับร้านส่งที่ไว้ใจได้จริง ๆ หรือเปลี่ยนมาสต็อกของเองจะชัวร์กว่า
Q: มือใหม่จำเป็นต้องสมัคร LazMall ไหม?
A: LazMall เหมาะกับเจ้าของแบรนด์หรือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เพราะมีความน่าเชื่อถือสูงมาก ได้แท็ก LazMall และได้พื้นที่โชว์สินค้าที่ดีกว่า แต่มีค่าคอมมิชชันสูงกว่าร้านทั่วไป สำหรับมือใหม่ แนะนำให้เริ่มจากร้านธรรมดาจนมีพื้นฐานที่ดีก่อน ค่อยขยับขยายไป LazMall ทีหลัง
Q: ทำไมยอดขายใน Lazada ตก ทั้งที่เคยขายดี?
A: สาเหตุของยอดขายตกส่วนใหญ่มักมาจาก 2 สาเหตุ ดังนี้
- คู่แข่งตัดราคา มีร้านค้าอื่นขายของแบบเดียวกันในราคาถูกกว่า แก้ได้ด้วย 10 วิธีขายของในลาซาด้าในบทความ
- หมดช่วงโปรโมชัน ทำให้ยอดที่เคยพุ่งจากแคมเปญตกลง แก้ได้ด้วยการหมั่นเข้าร่วมแคมเปญย่อยหรือยิงแอดกระตุ้น
Q: อยากขายสินค้าไปต่างประเทศต้องทำยังไง?
A: Lazada มีโปรแกรมที่ช่วยให้ร้านค้าไทยขายไปเพื่อนบ้าน เช่น สิงคโปร์, มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ได้ง่ายขึ้น โดยส่งของไปโกดังในไทย ที่เหลือ Lazada จะจัดการส่งข้ามประเทศให้เอง แต่ต้องดูเงื่อนไขว่าสินค้าเราเป็นสินค้าต้องห้ามของประเทศปลายทางหรือไม่ แนะนำให้ติดตามประกาศจาก Seller Center เป็นระยะ
Q: ยิงแอด Lazada ใช้งบเยอะไหม?
A: ในช่วงเริ่มต้น ยิงแอดแค่วันละ 50-100 บาท ก็เห็นผล เพราะระบบของ Lazada เป็นแบบเติมเงิน (Top-up) หรือหักจากยอดขายได้เลย ทำให้คุมงบได้ดี แนะนำให้เลือกโปรโมตเฉพาะสินค้าขายดีหรือสินค้ากำไรเยอะก่อนในช่วงแรก