แก้ปัญหายอดคลิกตกจาก ai overviews

AI Overviews ทำยอดคลิกตก? แก้ด้วย 3 กลยุทธ์ SEO

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมอันดับยังดี Impression ก็ไม่ได้ลดลงมาก แต่ยอดคลิกเข้าเว็บไซต์กลับน้อยลง? หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงที่อาจมีส่วนต่อเรื่องนี้คือ AI Overviews ที่เข้ามามีบทบาทบนหน้าผลการค้นหา และทำให้ผู้ใช้บางส่วนสามารถได้คำตอบโดยไม่ต้องเข้าเว็บไซต์เหมือนที่ผ่านมา

สำหรับคนทำ SEO นี่จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการรักษาอันดับ แต่เป็นโจทย์ใหม่ว่าจะทำอย่างไรให้เว็บไซต์ยังถูกค้นพบ และมีเหตุผลมากพอให้คนอยากเข้ามาหาข้อมูลต่อ บทความนี้จะพาไปดู 3 กลยุทธ์ที่สามารถนำมาปรับใช้กับเว็บไซต์ได้จริง

Key Takeaway

  • AI Overviews ทำให้ผู้ใช้บางส่วนได้รับคำตอบบนหน้าค้นหาโดยไม่ต้องเข้าเว็บไซต์ จึงอาจส่งผลให้ CTR และยอดคลิกลดลง แม้อันดับหรือ Impression ยังใกล้เคียงเดิม
  • ก่อนปรับกลยุทธ์ ควรตรวจสอบข้อมูลจาก Google Search Console เพื่อแยกให้ออกว่ายอดคลิกลดจาก AI Overviews หรือเกิดจากอันดับและปัจจัยอื่น
  • การรับมือ AI Search ควรเริ่มจากพื้นฐาน Search Engine Optimization (SEO) ที่แข็งแรง ควบคู่กับเนื้อหาที่มีข้อมูลและคุณค่ามากกว่าข้อมูลทั่วไป
  • Answer Engine Optimization (AEO) และ Generative Engine Optimization (GEO) สามารถนำมาปรับใช้ร่วมกับ SEO เพื่อให้เนื้อหาตอบคำถามได้ชัดเจน มีความน่าเชื่อถือ และเหมาะกับพฤติกรรมการค้นหาที่เปลี่ยนไป
คลิกเลือกอ่านตามหัวข้อ

AI Overviews คืออะไร และทำไมยอดคลิกเว็บไซต์ถึงลดลง?

AI Overviews คือคำตอบที่ Google สร้างขึ้นด้วย AI เพื่อสรุปข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคำค้นหาและแสดงบนหน้าผลการค้นหา ทำให้พฤติกรรมของผู้ใช้เปลี่ยนไปจากเดิม เพราะบางคำถามสามารถอ่านคำตอบเบื้องต้นได้ทันทีโดยไม่ต้องคลิกเข้าเว็บไซต์ โดยเฉพาะ Keyword ที่ต้องการข้อมูลหรือคำตอบแบบตรงไปตรงมา จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่เว็บไซต์อาจมี Impression ใกล้เคียงเดิม แต่ CTR และยอดคลิกลดลง

วิธีเช็กยอดคลิกตกจาก ai overviews

เช็กอย่างไรว่ายอดคลิกลดเพราะ AI Overviews จริง?

ยอดคลิกที่ลดลงอาจเกิดได้จากหลายปัจจัย ไม่ได้หมายความว่าจะมาจาก AI Overviews เสมอไป ดังนั้น ก่อนปรับกลยุทธ์ SEO ลองมาเช็กกันก่อนว่า Traffic ที่หายไปเกิดจากอะไร และมีข้อมูลส่วนไหนที่ควรนำมาวิเคราะห์ร่วมกันบ้าง โดยแนวทางตรวจสอบมีดังนี้

ตรวจสอบจาก Google Search Console

เริ่มจากเปรียบเทียบข้อมูลใน Google Search Console ช่วงก่อนและหลังที่ยอดคลิกลดลง โดยดู Clicks, Impressions, CTR และ Average Position ร่วมกัน หากอันดับและ Impression ยังใกล้เคียงเดิม แต่ CTR ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ค่อยตรวจสอบคำค้นหาสำคัญเพิ่มเติมว่าหน้าผลการค้นหามี AI Overviews หรือองค์ประกอบอื่นที่อาจส่งผลต่อการคลิกหรือไม่

ดู Visibility จาก Generative AI Performance

ปัจจุบัน Google Search Console มี Generative AI Performance สำหรับดูว่าเว็บไซต์ได้รับ Impression จาก AI Overviews และ AI Mode มากน้อยเพียงใด ช่วยให้เห็นว่าเว็บไซต์มี Visibility บนฟีเจอร์ Generative AI ของ Google Search อย่างไร โดยสามารถนำข้อมูลส่วนนี้มาวิเคราะห์ร่วมกับ Organic Traffic และ Conversion เพื่อประเมินภาพรวมได้รอบด้านมากกว่าการดูยอดคลิกเพียงอย่างเดียว

3 กลยุทธ์ SEO รับมือยอดคลิกที่เปลี่ยนไปในยุค AI Search

เมื่อพฤติกรรมการค้นหาเปลี่ยนไป การทำ SEO ก็ต้องปรับให้สอดคล้องกับยุค AI Search มากขึ้น ทั้งในด้านการสร้างเนื้อหาและการทำให้เว็บไซต์ยังมีโอกาสถูกค้นพบ โดยสามารถเริ่มต้นได้จาก 3 กลยุทธ์ต่อไปนี้

กลยุทธ์ 1: เสริม Search Engine Optimization ให้แข็งแรงก่อนทำ AI Search

แม้รูปแบบการค้นหาจะเปลี่ยนไป แต่ Search Engine Optimization (SEO) ยังคงเป็นพื้นฐานสำคัญ เพราะเว็บไซต์ต้องสามารถถูกค้นพบ เข้าถึง และทำความเข้าใจเนื้อหาได้ก่อน การเตรียมเว็บไซต์สำหรับ AI Search จึงควรเริ่มจากสิ่งที่ SEO ให้ความสำคัญอยู่แล้ว

เริ่มจากทำพื้นฐาน SEO ของเว็บไซต์ให้พร้อม

พื้นฐานสำคัญไม่ได้ต่างจากการทำ SEO ที่ผ่านมา ควรตรวจสอบว่า Google สามารถ Crawl และ Index หน้าสำคัญได้ เนื้อหาหลักบนเว็บไซต์เข้าถึงได้ง่าย มี Internal Link เชื่อมโยงเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเว็บไซต์ต้องใช้งานได้ดีทั้งบน Desktop และ Mobile โดยไม่มีปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงข้อมูล

ส่วน Structured Data ควรเลือกใช้ให้เหมาะกับประเภทของหน้าและตรงกับข้อมูลที่ผู้ใช้มองเห็นจริง เพราะ Google ไม่ได้กำหนดเทคนิค SEO หรือ Structured Data พิเศษสำหรับการปรากฏใน AI Overviews และ AI Mode ดังนั้น การทำพื้นฐานเว็บไซต์ให้แข็งแรงยังคงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ

ทำคอนเทนต์ที่มีข้อมูลมากกว่าบทความทั่วไป

อีกเรื่องที่ควรให้ความสำคัญคือการลดเนื้อหาแบบ Commodity Content หรือข้อมูลทั่วไปที่หลายเว็บไซต์มีเหมือนกัน เพราะหากเนื้อหาทั้งหมดสามารถถูกสรุปได้ในไม่กี่ประโยค ผู้ใช้ก็อาจไม่มีเหตุผลมากพอที่จะคลิกเข้ามาอ่านต่อ

เว็บไซต์จึงควรเพิ่มสิ่งที่มาจากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของธุรกิจ ตามหลัก E-E-A-T เช่น Case Study ผลลัพธ์จากการทำงานจริง ข้อมูลเปรียบเทียบ หรือมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ เป้าหมายไม่ใช่การเขียนให้ยาวกว่า AI แต่คือการมีข้อมูลที่คำตอบสั้น ๆ จาก AI ทดแทนได้ยาก

กลยุทธ์ 2: ใช้ Answer Engine Optimization ทำให้คำตอบชัดและเข้าใจง่าย

Answer Engine Optimization (AEO) เป็นแนวทางการจัดเนื้อหาให้ตอบคำถามของผู้ใช้ได้ตรงประเด็น โดยเฉพาะคำค้นหาประเภท “คืออะไร” “ทำอย่างไร” หรือ “ต่างกันอย่างไร” ซึ่งไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนวิธีเขียนทั้งหมด แต่ควรทำให้คนอ่านค้นพบคำตอบที่ต้องการได้ง่ายขึ้น

ตอบสิ่งที่คนอยากรู้ก่อน แล้วค่อยขยายรายละเอียด

หากหัวข้อถามว่า “AI Overviews กระทบ SEO อย่างไร?” เนื้อหาควรตอบประเด็นสำคัญตั้งแต่ช่วงแรก แล้วค่อยขยายด้วยเหตุผล หลักฐาน หรือตัวอย่างที่เกี่ยวข้อง วิธีนี้ช่วยลดการเกริ่นที่ยาวเกินความจำเป็น และทำให้ผู้อ่านตัดสินใจได้ว่าจะอ่านรายละเอียดส่วนใดต่อ

อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องเขียนทุกย่อหน้าเป็นรูปแบบคำถามและคำตอบ เพราะอาจทำให้บทความแข็งและไม่เป็นธรรมชาติ สิ่งสำคัญคือการจัดลำดับเนื้อหาให้ตอบ Search Intent โดยยังคงเขียนเพื่อคนอ่านเป็นหลัก

Schema Markup ไม่ใช่สูตรลัดสำหรับ AI Overviews

การทำ AEO ไม่ได้หมายความว่าต้องเพิ่ม Schema Markup ให้มากที่สุด เพราะ Google ไม่ได้กำหนด Structured Data พิเศษสำหรับการปรากฏใน AI Overviews หรือ AI Mode หากเว็บไซต์ใช้ Structured Data ก็ควรเลือกประเภทที่เหมาะกับเนื้อหาของหน้า และข้อมูลต้องตรงกับสิ่งที่ผู้ใช้มองเห็นจริง มากกว่าการติด Schema เพียงเพราะหวังว่าจะช่วยให้ AI เลือกเว็บไซต์ไปแสดงผล

กลยุทธ์ 3: ใช้ Generative Engine Optimization เพิ่มคุณค่าและความน่าเชื่อถือของเนื้อหา

Generative Engine Optimization (GEO) เป็นแนวคิดที่มองไปถึงการเพิ่ม Visibility บนระบบค้นหาที่ใช้ Generative AI แต่ไม่ควรมองว่าเป็นสิ่งที่มาแทน SEO หรือเป็นชุดเทคนิคใหม่ที่ต้องทำแยกออกจากกัน สิ่งสำคัญยังคงเป็นการสร้างเนื้อหาที่มีคุณค่าและมีข้อมูลที่น่าเชื่อถือ

เพิ่มข้อมูลใหม่ที่หาไม่ได้จากบทความทั่วไป

แทนที่จะเพิ่มจำนวนคำ ลองเพิ่มข้อมูลที่เกิดจากประสบการณ์จริง เช่น ผลจาก Case Study ข้อมูลจากลูกค้า Benchmark ภายในองค์กร ภาพจากกระบวนการทำงาน หรือมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ เพราะข้อมูลเหล่านี้ช่วยสร้างความแตกต่างจากบทความที่นำข้อมูลทั่วไปมาเรียบเรียงใหม่

ยิ่งเว็บไซต์มีข้อมูลต้นฉบับ หลักฐาน และรายละเอียดที่ตรวจสอบได้มากเท่าไร เนื้อหาก็ยิ่งมีคุณค่าต่อทั้งคนอ่านและระบบค้นหา โดยไม่จำเป็นต้องพยายามเขียนเนื้อหาให้ครอบคลุมทุกคำถามที่ AI อาจสร้างขึ้น

ไม่ต้องพยายามปรับเว็บไซต์เพื่อเอาใจ AI มากเกินไป

เมื่อ AI Search Engine ได้รับความสนใจ ก็มีเทคนิคใหม่ ๆ เกิดขึ้นตามมา เช่น การปรับรูปแบบเนื้อหาเพื่อให้ AI ดึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น หรือการสร้างไฟล์ llms.txt โดยหวังว่าจะช่วยให้เว็บไซต์ถูกนำไปแสดงในคำตอบของ AI แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ข้อกำหนดของ Google และไม่ได้รับประกันว่าเว็บไซต์จะปรากฏใน AI Overviews ได้ทันที

สิ่งที่ควรให้ความสำคัญมากกว่าคือการสร้างเนื้อหาที่มีข้อมูลรองรับ แสดงความเชี่ยวชาญ และให้ประโยชน์กับผู้อ่านจริง เพราะไม่ว่ารูปแบบการค้นหาจะเปลี่ยนไปอย่างไร คุณภาพของแหล่งข้อมูลยังคงเป็นพื้นฐานสำคัญของการถูกค้นพบ

เปรียบเทียบ seo aeo geo

SEO, AEO และ GEO ต่างกันอย่างไรในยุค AI Search Engine

แม้ SEO, AEO และ GEO จะมีจุดเน้นแตกต่างกัน แต่ทั้ง 3 แนวทางสามารถทำงานร่วมกันเพื่อช่วยให้เว็บไซต์ถูกค้นพบและตอบโจทย์พฤติกรรมการค้นหาที่เปลี่ยนไป โดยสามารถสรุปความแตกต่างได้ดังนี้

แนวทางความสำคัญตัวอย่างการปรับเว็บไซต์
Search Engine Optimization (SEO)ทำให้เว็บไซต์ค้นพบและเข้าถึงได้ง่ายผ่าน Search Engineปรับโครงสร้างเว็บไซต์ เนื้อหา ลิงก์ภายใน และประสบการณ์ใช้งาน
Answer Engine Optimization (AEO)ทำให้เนื้อหาตอบสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการรู้ได้ตรงและเข้าใจง่ายตอบประเด็นสำคัญก่อน และจัดเนื้อหาให้ค้นหาคำตอบได้ง่าย
Generative Engine Optimization (GEO)เพิ่มคุณค่าและความน่าเชื่อถือของข้อมูลสำหรับการค้นหาด้วย AIเพิ่มข้อมูลเฉพาะ กรณีศึกษา หลักฐาน และประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญ

ทั้ง 3 แนวทางไม่จำเป็นต้องเลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะ SEO ช่วยวางพื้นฐานให้เว็บไซต์ AEO ช่วยให้คำตอบชัดและตรงกับสิ่งที่คนต้องการรู้ ส่วน GEO ช่วยผลักดันให้เนื้อหามีข้อมูลและคุณค่าที่แตกต่าง ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้ร่วมกันได้ตามเป้าหมายของแต่ละเว็บไซต์

อ่านบทความที่น่าสนใจ: AEO vs SEO vs GEO ต่างกันอย่างไร

ปรับกลยุทธ์รับ AI Overviews เพื่อให้เว็บไซต์ยังถูกค้นพบและสร้างผลลัพธ์ได้

การมาของ AI Overviews อาจทำให้ยอดคลิกไม่เหมือนเดิม แต่ไม่ได้หมายความว่าการทำ SEO จะหมดความสำคัญ สิ่งที่ต้องปรับคือการมองให้ไกลกว่าเรื่องอันดับหรือ Traffic เพียงอย่างเดียว และหันมาให้ความสำคัญกับการสร้างเนื้อหาที่มีคุณค่า น่าเชื่อถือ และมีเหตุผลมากพอให้ผู้ใช้ต้องการเข้ามาหาข้อมูลต่อ

สำหรับธุรกิจที่ต้องการปรับกลยุทธ์ SEO ให้ทันกับพฤติกรรมการค้นหาที่เปลี่ยนไป Blupaper พร้อมช่วยวางแผนและพัฒนาเว็บไซต์ตั้งแต่การวิเคราะห์ SEO ไปจนถึงการวางกลยุทธ์ Content เพื่อเพิ่มโอกาสให้แบรนด์ยังถูกค้นพบ และเปลี่ยน Visibility ให้ต่อยอดไปสู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจ พร้อมวางแนวทาง SEO ที่เหมาะกับเป้าหมายและการแข่งขันของแต่ละธุรกิจ

ติดต่อเรา

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ AI Overviews และยอดคลิก (FAQ)

Q: AI Overviews ทำให้ Organic Traffic ลดลงจริงไหม?

A: มีโอกาสส่งผลต่อ Organic Traffic โดยเฉพาะคำค้นหาที่ผู้ใช้สามารถได้รับคำตอบจาก AI Overviews ได้ทันที แต่ผลกระทบของแต่ละเว็บไซต์แตกต่างกัน จึงควรวิเคราะห์ CTR, Impression, Average Position และ Traffic ร่วมกันก่อนสรุปสาเหตุ

Q: ต้องติด Schema Markup เพื่อให้เว็บไซต์ปรากฏใน AI Overviews หรือไม่?

A: ไม่จำเป็น Google ไม่ได้กำหนด Structured Data หรือ Schema Markup พิเศษสำหรับ AI Overviews หากใช้งาน Structured Data ควรเลือกประเภทที่เหมาะสมกับหน้าเว็บ และข้อมูลต้องสอดคล้องกับเนื้อหาที่ผู้ใช้มองเห็นจริง

Q: ทำ SEO อย่างไรให้มีโอกาสปรากฏใน AI Overviews?

A: Google ไม่ได้กำหนดเทคนิค SEO พิเศษสำหรับ AI Overviews จึงควรให้ความสำคัญกับพื้นฐาน SEO การทำให้หน้าสำคัญถูก Crawl และ Index ได้ รวมถึงสร้างเนื้อหาที่มีประโยชน์ น่าเชื่อถือ และตอบสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการค้นหา

สาระน่ารู้ที่น่าสนใจ
การสร้าง brand identity
Brand Identity คืออะไร? หลักการสร้างเอกลักษณ์แบรนด์ให้ชัดเจนและจดจำได้
การออกแบบหน้าเว็บไซต์
คู่มือออกแบบเว็บไซต์เชิงกลยุทธ์ เพื่อเพิ่มยอดขายและลดอัตรา Bounce Rate
การออกแบบ ui ux ในยุค ai search
วิวัฒนาการ UX UI ในยุค AI กับการออกแบบเพื่อ AEO และ SEO
กลยุทธ์การสร้างอินโฟกราฟิกด้วย ai สำหรับ content marketing
เทคนิคสร้างอินโฟกราฟิกสวย ๆ ด้วย AI เพิ่ม Engagement
การวิเคราะห์ customer journey คืออะไร
Customer Journey คืออะไร? วิเคราะห์ Touch Point เพิ่มยอดขายด้วยข้อมูลลูกค้า
google gemini และ ai search กับแนวทางการทำ seo เว็บไซต์
Google Gemini เปลี่ยน SEO อย่างไร? เตรียมเว็บไซต์ด้วย llms.txt และ AEO รับยุค AI Search
สาระน่ารู้ตามหมวดหมู่
แบ่งปันสาระน่ารู้ทาง

Key Takeaway

  • AI Overviews ทำให้ผู้ใช้บางส่วนได้รับคำตอบบนหน้าค้นหาโดยไม่ต้องเข้าเว็บไซต์ จึงอาจส่งผลให้ CTR และยอดคลิกลดลง แม้อันดับหรือ Impression ยังใกล้เคียงเดิม
  • ก่อนปรับกลยุทธ์ ควรตรวจสอบข้อมูลจาก Google Search Console เพื่อแยกให้ออกว่ายอดคลิกลดจาก AI Overviews หรือเกิดจากอันดับและปัจจัยอื่น
  • การรับมือ AI Search ควรเริ่มจากพื้นฐาน Search Engine Optimization (SEO) ที่แข็งแรง ควบคู่กับเนื้อหาที่มีข้อมูลและคุณค่ามากกว่าข้อมูลทั่วไป
  • Answer Engine Optimization (AEO) และ Generative Engine Optimization (GEO) สามารถนำมาปรับใช้ร่วมกับ SEO เพื่อให้เนื้อหาตอบคำถามได้ชัดเจน มีความน่าเชื่อถือ และเหมาะกับพฤติกรรมการค้นหาที่เปลี่ยนไป